Bhutan
แพ็กเกจทัวร์ภูฏาน : 5 วัน 4 คืน โดยสายการบิน Bhutan Airlines
กำหนดการเดินทาง : ออกเดินทางได้ทุกวัน                                                                                              

  • Program
โปรแกรมการเดินทาง
ประเทศ ภูฏาน 5 วัน 4 คืน
 เมืองพาโร – ปูนาคา – ทิมพู
โดยสายการบิน Bhutan Airlines
วันแรกของการเดินทาง     กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู
0300 น.   คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 เคาน์เตอร์ K สายการบิน Bhutan Airlines
 
0630 น.  เดินทางสู่ เมืองพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบินบินBhutan Airlinesเที่ยวบินที่ B3701
 
0955 น.  เดินทางถึง สนามบินพาโรประเทศภูฏาน(เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าที่ประเทศไทย 1 ชม.)ชมอาคารที่ พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏาน เป็นอาคารไม้ ประดับภาพจิตรกรรม   และภาพแกะสลักวิจิตรบรรจง เข้าไม้โดยไม่ใช้ตะปู หลังคาใช้ไม้แผ่นวางซ้อนกัน    แล้วใช้ก้อนหินทับป้องกันลมพายุพัดปลิว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร” (Paro National Museum)  ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลม ซึ่งเคยเป็น “หอสังเกตการณ์รบ” หรือ “ตาซอง” (Ta Dzong)มีอายุ เก่าแก่กว่า 350 ปี สร้างไว้ตั้งแต่  พ.ศ.2192   (ร่วมสมัยพระเจ้า ปราสาททอง)ก่อนดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 โดยกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3ผู้ได้รับการยกย่อง เป็น“บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” และเป็นพระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ชม อลังการแห่งผ้าพระบท (ตังกา)แผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของ ชาวพุทธวัชรยาน (มันดาลา) ตลอดจนอาวุธ  เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีคัมภีร์พระไตรปิฎกรวมถึงแสตมป์  หรือดวงตราไปรษณีย์ที่ทำให้ภูฏานขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ออกแบบแสตมป์สวยที่สุด จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชมพาโร ซอง(Paro Dzong)คำว่า “ซอง”สถานะเป็นทั้งป้อมปราการสำนักบริหาร ราชการเมือง  อารามหลวงและสนามหลวง กล่าวได้ว่า  “ซอง”  คือจิตวิญญาณของชาวภูฏาน   ซึ่งรวมประเทศได้จากการรวม “ซอง” ต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ชม พาโรซอง ภายนอก จะเห็น สะพานไม้ข้ามลำน้ำพาโรสู่ตัวซองอันงามสง่า  
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Olathangโรงแรมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ ราชอาคันตุกะ ในสมัยที่ภูฏานเปิดประเทศสู่ชาวโลก
 
บ่าย     จากนั้นเดินทางด้วยรถมินิบัส สู่ เมืองทิมพู (Thimphu)ระยะทาง 65 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชม.) ถึง ทิมพู นครหลวงของภูฏาน ที่ระดับความสูง 2,350 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน 3,300 เมตร) จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม  ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่   จุดชมวิวเมืองทิมพู  ชม  “ลุงตะ” หรือ ธงพระบัดพลิ้วเหนือลำน้ำทิมพู ซึ่งไหลขนาบ ข้าง  “ทิมพู ซอง” ที่เป็นทั้งสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาลระหว่างทางแวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช(Tamchoe Monastery)ซึ่งมีสะพานเหล็กทอดไปอีกฝั่ง เป็นวัดที่สร้างโดยพระที่เดินทางมาจากทิเบตต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านคิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก ซึ่งท่านได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ที่พาโรด้วย  และแวะถ่ายรูปกับเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชู บริเวณด่านชูซอม (Chuzom)
 
จากนั้นเดินทางถึง เมืองทิมพูนำท่านเยี่ยมชม ทิมพู ซอง(Thimpu Dzong) หรือชื่อทางการว่า ตาชิโช ซอง (Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ในปัจจุบันแบ่งเป็นพระตำหนักฤดูร้อน ในสมเด็จพระสังฆราชภูฏาน  พระอารามหลวง สำนักพระราชวัง   ทำเนียบรัฐบาล   ห้องประชุมรัฐสภาแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นห้องต่าๆ กว่า 100ห้อง  ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์  ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ  “พระปัทมสัมภวะ”  หรือ  “พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน
 
ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมPhuntsho Pelriหรือระดับเทียบเท่า
วันที่สองของการเดินทาง    ทิมพู – ปูนาคา
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา“โดชูลาพาส”(Dochula Pass)หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145เมตรจากนั้นนำชมสถูป   “ดรุค วังเกล” (Druk Wangyel Chorten)หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขสถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้น หลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย ขอเชิญทุกท่านแวะชิมชากาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติก ณ จุดชมวิวบนเขา ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้น เดินทางข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆสัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า
 
ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได เข้าสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha)ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมา ปูนาคาในฤดูหนาว (เดือน พ.ย.- เม.ย.) ปูนาคาจึงเปรียบเสมือน “เมืองหลวงฤดูหนาว” (Winter Capital)ในขณะที่ ทิมพู เป็น “เมืองหลวงฤดูร้อน” (Summer Capital) และเป็นเมืองหลวงทางราชการ จากนั้นนำท่านเดินเท้าผ่านหมู่บ้าน“โลเบซ่า”(Lobesa)ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขาแล้วนำเข้าสู่ “วัดชิมิ”(Chimi Lhakhang)หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 15 โดย ท่าน Drukpa Kuenleyนักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับ และอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Templeและยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง”ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทา พิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ
***(ท่านที่มีความประสงค์จะเดินไปนมัสการและขอพรที่วัด ชิมิ จะมีไกด์พาไปถึงที่วัด ใช้เวลาเดินถึงวัดประมาณ 30นาที)***
 
เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมZhingkham  พร้อมกับชื่นชมความสวยงามของ ปูนาคาซอง ซึ่งเป็นร้านเดียวที่ได้เห็นวิวนี้ นำท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong)ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ซึงพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2450 (ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17 ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน) ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง มหาธาตุ เจดีย์ หอพระ โบสถ์ วิหาร กุฏิพระลามะ ที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า 6,000 รูป แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า
 
ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
พักที่โรงแรม Zhingkham resort หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง    ปูนาคา – ทิมพู- พาโร
เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางข้ามเทือกเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงามกลับสู่ เมืองหลวงทิมพู แวะพักผ่อนอิริยาบท ดื่ม ชา กาแฟ ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธงมนต์สะบัดตามแรงลม และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาบนยอดเขาตามความเชื่อของชาวภูฏานที่โดชูลาพาส (Dochula Pass) จากนั้นเดินทางผ่านช่องเขาเข้าสู่ ทิมพู แวะชม “ซิมโทกาซอง”(Simtokha Dzong)ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ
เที่ยง     รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “สุโขทัย”
บ่าย     ทางบริษัทได้จัดเตรียมชุด “ คีรา”และ “โค”ชุดประจำชาติของภูฏาน ให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู นำท่านชมวิวบนเนินเขา Kuenselphodrangเหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง Big Buddhaสูง51.50 เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดีย
นำชม “อนุสรณ์สถาน”(Memorial Chorten)หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่3หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ (Kingof Modernization)ที่ปกครอง ภูฏานในช่วง ปี ค.ศ. 1952 –1972ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ ของพระพุทธศาสนา แต่ท่าน ได้เสด็จ สวรรคตเสียก่อนสมเด็จพระราชินีจึง ได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ (หากรายการทัวร์ไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จะนำ ผ่านชม ไปรษณีย์ทิมพูหากตรงกับวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ จะนำท่านชม ตลาดนัดพื้นเมือง Weekend Marketภูฏาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม สวนสัตว์พื้นเมือง ชมตัว “ทาคิน”สัตว์ประจำ ชาติของภูฏาน (National Animal of Bhutan)   เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑล  เฉฉวนของจีนเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง พาโร
ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
พักที่โรงแรม Hotel Olathang  หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทา    พาโร    
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้า นำท่าน ขึ้นสู่ยอดเขาการเดินขึ้นไปถึง วัดตั้กซังต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย   ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล
แบ่งการเดินออกเป็น 2 ช่วง ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000 เมตร ซึ่งการเดินทางในช่วงแรก เป็นการเดินทางในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของ วัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง และพักดื่มชากาแฟที่จุดชมวิว Taktshang Café
 
จากนั้น ท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง (เดินประมาณ2 ชม.)เข้าสู่ “วัดตั๊กซัง”(Taktshang Lhakhang)หรือวัดถ้าเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้ำ 13 วัด ที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์ 1 ใน 10 ของโลก และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต
 
เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน Taktshang Café
 
บ่าย     หลังจากกลับลงจากวัดตั๊กซัง นำท่านเดินทางสู่ “วัดคิชู”(Kichu Temple)อายุ 1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป ที่ชาวทิเบตยกย่องว่า เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบตและโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทือกเขาหิมาลัย โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้ ซึ่ง จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง วัดจัมเบ สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) นำท่านเข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้า พระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้า ๆกันเป็นเวลานานนับพันปี ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด เพลิดเพลินชมวิวกว้างไกลของเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นยอดเขาจูโมฮารี สูงที่สุดในภูฏาน 7,340 เมตร (จูโมฮารีจะเห็นได้เมื่ออากาศสดใสในฤดูหนาว)
 
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
พักที่โรงแรม Hotel Olathangหรือระดับเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง   พาโร – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองพาโร
1035 น.  ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Bhutan Airlinesเที่ยวบินที่ B3700
1605 น.  ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
อัตราค่าบริการ (เดินทางขั้นต่ำ 3 ท่าน)
 
ราคาต่อท่าน
ราคาต่อท่าน
55,900 บาท
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม
7,900 บาท
 
อัตราค่าบริการรวม
 
-   ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดและภาษีสนามบินภูฏาน (ภูฏานแอร์ไลน์) 
-   ค่าโรงแรมที่พักระดับ standard พร้อมอาหารเช้า 
-   ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
-   รถปรับอากาศตลอดการเดินทางตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
  • น้ำดื่มวันละ 3 ขวดต่อ 1 ท่าน
  • ค่าวีซ่าประเทศภูฏานและค่าภาษีท่องเที่ยวรัฐบาลภูฏาน
  • ไกด์ท้องถิ่น (ภาษาอังกฤษ)  
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง
 
อัตราค่าบริการไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุในโปรแกรมด้านบน
  • ค่าขี่ม้าขึ้นเขาตั๊กซัง
  • ค่าทิป ไกด์ท้องถิ่น – คนขับรถ และ คนยกกระเป๋า
            Guide: 20 USD/Day/Bus
            Driver: 15 USD/Day/Bus
            Lugguage Driver: 1,000 Nu./Day/ Bus
 
การยื่นวีซ่า
  • กรุณาสแกนหน้าสำเนาพาสพอร์ตผู้เดินทาง ส่งมายังบริษัท นิสโก้ ทราเวล ทางอีเมล์
   ( ควรส่งยื่นวีซ่าอย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง )