แพ็กเกจทัวร์ภูฏาน
แพ็กเกจทัวร์ภูฏาน : 5 วัน 4 คืน โดยสายการบิน Druk Air
กำหนดการเดินทาง : ออกเดินทางได้ทุกวัน                                                                                              

  • Program

ภูฏาน 5 วัน 4 คืน
 พาโร – ปูนาคา – ทิมพู

โดยสายการบิน Druk Air

 

วันแรกของการเดินทาง                                            กรุงเทพฯ - พาโร - ทิมพู
0400 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 เคาน์เตอร์ W สายการบินดรุ๊กแอร์ (Druk Air)
0630 น. เดินทางสู่ เมืองพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน Druk Air เที่ยวบินที่ KB 141
1010 น. เดินทางถึง สนามบินพาโรประเทศภูฏาน(เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าที่ประเทศไทย 1 ช.ม.)ชมอาคารที่ พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูฏาน เป็นอาคารไม้ ประดับภาพจิตรกรรม   และภาพแกะสลักวิจิตรบรรจง เข้าไม้โดยไม่ใช้ตะปู หลังคาใช้ไม้แผ่นวางซ้อนกัน    แล้วใช้ก้อนหินทับป้องกันลมพายุพัดปลิว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองพาโร เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร  (Paro National Museum)  ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลม ซึ่งเคยเป็น “หอสังเกตการณ์รบ” หรือ “ตาซอง” (Ta Dzong)มีอายุ เก่าแก่กว่า 350 ปี สร้างไว้ตั้งแต่  พ.ศ.2192   (ร่วมสมัยพระเจ้า ปราสาททอง)ก่อนดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 โดยกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3 ผู้ได้รับการยกย่อง เป็น“บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” และเป็นพระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ชม อลังการแห่งผ้าพระบท (ตังกา)แผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของ ชาวพุทธวัชรยาน (มันดาลา) ตลอดจนอาวุธ  เครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรีคัมภีร์พระไตรปิฎกรวมถึงแสตมป์  หรือดวงตราไปรษณีย์ที่ทำให้ภูฏานขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ออกแบบแสตมป์สวยที่สุด

นำท่านชม พาโร ซอง  Paro Dzong   คำว่า  “ซอง”สถานะเป็นทั้งป้อมปราการสำนักบริหาร ราชการเมือง  อารามหลวงและสนามหลวง   กล่าวได้ว่า  “ซอง”  คือจิตวิญญาณของชาวภูฏาน   ซึ่งรวมประเทศได้จากการรวม “ซอง” ต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ชม พาโรซอง ภายนอก จะเห็น สะพานไม้ข้ามลำน้ำพาโรสู่ตัวซองอันงามสง่า  

จากนั้นเดินทางด้วยรถโค้ช สู่ ทิมพู (Thimphu)ระยะทาง 65 ก.ม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ช.ม.) ถึง ทิมพู นครหลวงของภูฏาน ที่ระดับความสูง 2,350 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน 3,300 เมตร) จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม  ได้เวลานำท่านออกเดินทางสู่   จุดชมวิวเมืองทิมพู  ชม  “ลุงตะ” หรือ ธงพระบัดพลิ้วเหนือลำน้ำทิมพู ซึ่งไหลขนาบ ข้าง  “ทิมพู ซอง” ที่เป็นทั้งสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาลระหว่างทางแวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช (Tamchoe Monastery)ซึ่งมีสะพานเหล็กทอดไปอีกฝั่ง เป็นวัดที่สร้างโดยพระที่เดินทางมาจากทิเบตต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านคิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก ซึ่งท่านได้เห็นในพิพิธภัณฑ์ที่พาโรด้วย  และแวะถ่ายรูปกับเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่  ด่านชูซอม (Chuzom)

จากนั้นเดินทางถึง เมืองทิมพู นำท่านเยี่ยมชม ทิมพู ซองThimpu Dzongหรือชื่อทางการว่า ตาชิโช ซอง (Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ในปัจจุบันแบ่งเป็นพระตำหนักฤดูร้อน ในสมเด็จพระสังฆราชภูฏาน  พระอารามหลวง สำนักพระราชวัง   ทำเนียบรัฐบาล   ห้องประชุมรัฐสภาแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นห้องต่าๆ กว่า 100ห้อง  ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์  ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ  “พระปัทมสัมภวะ”  หรือ  “พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน

จากนั้นเชิญท่านร่วมทำบุญในแบบภูฏานพร้อมทั้งรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ระดับรินโปเชซึ่งเชื่อว่ามีการกลับชาติมาเกิดหลายครั้งเพื่อปฏิบัติพุทธบารมี

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ เมืองทิมพู

วันที่สองของการเดินทาง                                                ทิมพู - ปูนาคา
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

แวะชมวิวบนเนินเขา Kuenselphodrangเหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง Big Buddhaสูง51.50 เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดีย

จากนั้น ออกเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา โดชูลาพาส( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง 3,145 เมตร นำชมสถูป ดรุค วังเกล(Druk Wangyel Chorten)หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี อะชิดอร์จิวังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์ 108 องค์และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้นหลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย

แวะทาน ชากาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำ ทะเล

จากนั้น เดินทางข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆสัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ Chimi Café

เดินเท้าผ่านหมู่บ้าน โลเบซ่า(Lobesa)ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขาแล้วนำเข้าสู่ วัดชิมิ (Chimi Lhakhang)หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 15 โดย ท่าน Drukpa Kuenleyนักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับ และอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Templeและยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง” ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทา พิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝี ปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ

จากนั้น เดินทางโดยรถมินิบัสเลาะเลียบแม่น้า Puna Tsang Chhu เข้าสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha)ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพูด้วยเหตุนี้ กษัตริย์ภูฏานและสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว (เดือน พ.ย.- เม.ย.) ปูนาคา จึงเปรียบเสมือน เมืองหลวงฤดูหนาว” (Winter Capital)ในขณะที่ ทิมพู เป็น เมืองหลวงฤดูร้อน”(Summer Capital)และเป็นเมืองหลวงทางราชการ

นำท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong)ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ซึงพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุก วันที่ 17 ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน ) ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง มหาธาตุ เจดีย์ หอพระ โบสถ์ วิหาร กุฏิพระลามะ ที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า 6,000 รูป แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมในเมืองปูนาคา

วันที่สามของการเดินทาง                                       ปูนาคา - ทิมพู - พาโร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางข้ามเทือกเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงามกลับสู่เมืองหลวงทิมพู แวะพักผ่อนอิริยาบท ดื่ม ชา กาแฟ ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธงมนต์สะบัดตามแรงลม และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาบนยอดเขาตามความเชื่อของชาวฏานที่โดชูลาพาส (Dochula Pass)

จากนั้นเดินทางผ่านช่องเขาเข้าสู่ ทิมพู แวะชมซิมโทกาซอง(Simtokha Dzong)ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ให้ท่านได้ลองสวมใส่ชุด “ คีรา”และ “โค”ชุดประจาชาติของภูฏาน เที่ยวในเมืองทิมพู นำชม อนุสรณ์สถาน Memorial Chortenหรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่3หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ (Kingof Modernization)ที่ปกครอง ภูฏานในช่วง ปี ค.ศ. 1952 –1972ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ ของพระพุทธศาสนา แต่ท่าน ได้เสด็จ สวรรคตเสียก่อนสมเด็จพระราชินีจึง ได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ (หากรายการทัวร์ไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จะนา ผ่านชม ไปรษณีย์ทิมพูหากตรงกับวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ จะนำท่านชม ตลาดนัดพื้นเมือง Weekend Market) ภูฏาน จากนนั้นนำท่านเดินทางไปชม สวนสัตว์พื้นเมือง ชมตัว “ทาคิน”สัตว์ประจำ ชาติของภูฏาน (National Animal of Bhutan)   เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑลเฉฉวนของจีนเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง พาโร
ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรมในเมืองพาโร

วันที่สี่ของการเดินทาง                                            พาโร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่าน เดินเท้า (หรือขี่ม้า) ขึ้นสู่ยอดเขา การเดินขึ้นไปถึง วัดตั้กซังต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทาให้เหนื่อยง่าย   ท่านที่ต้องการสละสิทธ์ิกรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล แบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000เมตร ซึ่งการเดินทางในช่วงแรก เป็นการเดินทางในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของ วัดตั๊กซัง ที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง และพักดื่มชากาแฟที่จุดชมวิว Taktshang Café

จากนั้น ท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง(เดินประมาณ2ช.ม.)เข้าสู่ วัดตั๊กซัง(Taktshang Lhakhang)หรือวัดถ้าเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้ำ 13วัด ที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์ 1ใน10ของโลก และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน Taktshang Café

จากนั้น เดินทางสู่ วัดคิชู (Kichu Temple)”อายุ1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภฏูาน ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภฏูานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป ที่ชาวทิเบตยกย่องว่า เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบตและโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้ ซึ่ง จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง วัดจัมเบ สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) นำ เข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้า พระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้า ๆกันเป็นเวลานานนับพันปี ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด เพลิดเพลินชมวิวกว้างไกลของเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นยอดเขาจูโมฮารี สูงที่สุดในภฏูาน 7,340เมตร ( จูโมฮารีจะเห็นได้เมื่ออากาศสดใสในฤดูหนาว )

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำเข้าสู่ที่พัก  ณ โรงแรมในเมืองพาโร 4 ดาวหรือ เทียบเท่า

วันที่ห้าของการเดินทาง                                                   พาโร - กรุงเทพฯ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารอิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัยในเมืองพาโร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเมืองพาโร เพื่อเดินทางกลับ กรุงเทพฯ

1100 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯโดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB130
1610 น.  เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ