ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ยุโรป: ออสเตรีย - เยอรมัน 11 วัน 9 คืน โดยสายการบินไทย ร่วม “ทำบุญทอดผ้าป่า” “วัดไทยพุทธธรรม”เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย และ เยี่ยมชมความ    สวยงามของ เมืองมิวนิคประเทศเยอรมันนี
เดินทาง:  วันจันทร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2561 – วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2561
ราคา:      89,500 บาท
  • Program
โปรแกรมเส้นทางการเดินทาง
เพื่อร่วม “ทำบุญทอดผ้าป่า”
 “วัดไทยพุทธธรรม”เมืองกราซ
ประเทศออสเตรีย
และ เยี่ยมชมความสวยงามของ เมืองมิวนิคประเทศเยอรมันนี
เดินทางระหว่าง: วันจันทร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2561 – วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2561
วันจันทร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2561                                       สนามบินสุวรรณภูมิ                   
2200 น.
พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 3 แถว   สายการบินไทย เจ้าหน้าที่จากบริษัทนิสโก้ทราเวลจะคอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกในการเช็คสัมภาระและบัตรโดยสาร เพื่อเช็คอิน
วันอังคาร ที่ 22 พฤษภาคม 2561                         กรุงเทพฯ –  เวียนนา (ประเทศออสเตรีย)                  
0115 น.
ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเวียนนา(VIE)ประเทศออสเตรียโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 936
0715 น.
(เวลาท้องถิ่น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย) คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเวียนนา นำคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากร พร้อมรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางโดยรถโค้ช สู่ ตัวเมือง กรุงเวียนนาเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นเมืองที่สะอาดและผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านชมสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเวียนนา และเขตเมืองเก่าใจกลางเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 2001
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำคณะเดินทางไปชม “พระราชวังเชรินบรุนน์ที่เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก แห่งออสเตรีย มาตั้งแต่สมัยคริสศตวรรษที่ 13 - 20โดยจักรพรรดิโยเซฟที่ 1มีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังที่โอ่อ่าหรูหรา โดยใช้พระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศสเป็นต้นแบบพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1996 ในสมัยพระนางมาเรียเทเรซ่า ได้มีการปรับปรุงทั้งภายในและภายนอก พร้อมเครื่องตกแต่งพระราชวัง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้เป็นแบบรอคโคโคทั้งหมด โดยมีสถาปนิคชื่อดัง คือนิโคลาส คาส เป็นผุ้ออกแบบส่วนสวนดอกไม้ผู้ออกแบบ คือ เฟอร์ดินานด์แห่งโฮเฮนแบร์ก พระองค์ทรงปรับปรุง ก่อสร้าง และ ต่อเติมพระราชวังแห่งนี้ ขึ้นมากมายทั้งความยิ่งใหญ่อลังการ และความสวยงาม  หลังสงครามโลกครั้งที่ 2พระราชวังได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการที่พันธมิตรได้บุกยึดเพื่อใช้เป็นกองบัญชาการดังนั้นรัฐบาลออสเตรียจึงต้องซ่อมแซมพระราชวังใหม่ให้งดงามดังเดิม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน “Happy Buddha Restaurant”
นำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ โรงแรม Austria Trend Hotel Ananasหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันพุธ ที่ 23 พฤษภาคม 2561                                   เวียนนา – กราซ  “ทอดผ้าป่า”                                  
เช้า 
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเช็คเอาท์ พร้อมออกเดินทางสู่เมืองกราซ (ระยะทางประมาณ 196กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองกราซ (Graz)  เป็นเมืองที่ใหญ่ที่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเวียนนา และยังเป็นเมืองหลวงของรัฐสติเรีย เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และ เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ใจกลางเมืองจะมีภูเขาเล็กๆ ชื่อว่า “Schlossberg”หรือ “Castle hill”เป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาเก่าแก่ (Uhrturm) ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีป้อมปืนใหญ่ บ่อน้ำโบราณ หอระฆัง รูปปั้น ฯลฯ ซึ่งคอยบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในยุคกลางของเมืองให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน
1100 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร“Hong Kong Restaurant”
บ่าย
หลังอาหารนำคณะผ่านชมสถานที่สำคัญ ในเมืองกราซ เช่นเขตเมืองเก่า หรือ Old Town ในอดีตมีป้อมปราการ และปราสาท จัตุรัสกลางเมือง เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ อนุสาวรีย์ และ ฯลฯ ผ่านชมเกาะลอย หรือ มูรินเซล (Murinsel) เป็นเกาะจำลองรูปเปลือกหอย สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นลานกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ จนได้เวลาพอสมควรนำคณะเดินทางไปวัดพุทธเมตตา
คณะสงฆ์พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ วัดพุทธเมตตา ส่วนคณะฆารวาสเดินทางไปยังภัตตาคาร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ โรงแรม Ramada Hotel Graz หรือระดับเทียบเท่า
วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤษภาคม 2561                         เมืองกราซ  ทำบุญทอดผ้าป่า ณ วัดไทย                   
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
เดินทางไปยังวัดพุทธเมตตา เพื่อประกอบพิธีทอดผ้าป่า
Address:    Buddhaettar Temple, Tremayrgasse 68010 Graz (Graz Ost)
1100 น.
ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์  
เที่ยง
คณะรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกัน ณ วัดไทยพุทธเมตตา
1300 น.
ทำพิธีทอดผ้าป่าถวายวัดพุทธเมตตา
หลังเสร็จพิธีทอดผ้าป่าแล้ว นำคณะไปชมตลาดสินค้าพื้นเมือง และไปเดินเล่นถ่ายรูป ณ เขตเมืองเก่า จนได้เวลาพอสมควรนำคณะฆารวาสเดินทางไปภัตตาคาร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ
คณะสงฆ์พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ วัดพุทธเมตตา ส่วนฆารวาสเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Ramada Hotel Grazหรือระดับเทียบเท่า
วันศุกร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2561                                เมืองกราซ  - ฮอลสตัทท์  – ซาลส์บูร์ก                        
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
หลังอาหารเช้าคณะเตรียมตัวเช็คเอาท์ พร้อมไปรับคณะสงฆ์ ณ วัดไทยพุทธเมตตา พร้อมกันออกเดินทาง ไปยังบ้าน ของประธานวัดไทยพุทธเมตตา เพื่อถวายอาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และคณะรับประทานอาหารกลางวัน
1100 น.
ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ ณ บ้านโยมบังอร  
1130 น. 
คณะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ณ บ้านโยมบังอร ประธานวัดไทยพุทธเมตตาเป็นเจ้าภาพ
1400 น.
คณะออกเดินทางสู่ เมืองซาลส์บูร์ก ระยะทาง 196 กิโลเมตร  ระหว่างทางแวะชมความสวยงามของ “เมืองฮอลล์ สตัทท์”(Hallstatt) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดอีกเมืองหนึ่ง และยังเป็นหนึ่งใน เมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ออสเตรีย นำคณะชมความสวยงามของตัวเมืองชมบ้านเรือนที่สวยงามริมทะเลสาบที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาที่สวย งาม
1700 น.
จนได้เวลาพอสมควรเดินทางต่อสู่ “เมืองซาลซ์บูร์ก”ระยะทาง 71 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
“เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)”เมืองสวยที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1996 เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ (ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น“เกลือ”จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและชื่อเมือง
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำคณะเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Austria Trend Europa Hotel, Zalzburgหรือระดับเทียบเท่า
วันเสาร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2561                                        เมืองซาลซ์บูร์ก(Zalzburg)                                       
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะไปเที่ยวชมความสวยงามของ “สวนดอกไม้มิราเบล” (Mirabell Garden) ช่วงนี้จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวยงาม เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง เดอะซาวส์ออฟมิวสิค ภายในมีพระราชวังอันงดงาม คือ “พระราชวังมิราเบลที่มีประวัติความเป็นมาอันสุดแสนโรแมนติกและ เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อค สร้างโดยเจ้าชายอาร์คบิชอปแห่งซาลซ์บูร์ก (Wolf Dietrich von Raitenau) ในปี ค.ศ. 1606 อิสระให้คณะได้เก็บภาพความทรงจำอันสวยงาม ณ สวนเสน่ห์ แห่งนี้
1130 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร“An Bing Restaurant Salzburg
บ่าย
นำคณะเดินข้ามแม่น้ำซาลซัคเข้าสู่เขตเมืองเก่า บนสะพานข้ามแม่น้ำจะมีคู่รักนำแม่กุญแจมาคล้องกันสวยงามละลานตาเดินเข้าสู่ถนนเกไทรเดร้ (Getrei-degasse) ชมความงดงามของบ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนสายนี้ ถนนสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือมีลานบ้านที่มีหลังคาอันสวย งาม ป้ายเหล็กที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลักปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนม และร้านค้าที่ขายของที่ระลึกมากมาย จนได้เวลาพอสมควรนำคณะเดินทางสู่ภัตตาคาร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร “Kohlmayr’s Gaisbergspitz”
หลังอาหารนำคณะเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Austria Trend Europa Hotel, Zalzburgหรือระดับเทียบเท่า
วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2561                             เมืองซาลซ์บูร์กเมืองอินส์บรูค                                 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำคณะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก พร้อมออกเดินทางสู่เมืองอินส์บรูคระยะ ทาง 187 กิโลเมตร ระหว่างทางนำคณะแวะชมความสวยงามของทะเลสาบ “คอนิกเซ่” (Konigssee) จากนั้นออกเดินทางต่อสู่  “เมืองอินส์บรูค”เป็นเมืองหลวงของรัฐทิโรล ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศออสเตรีย บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เป็นหนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย นอกจากกรุงเวียนนา และ เมืองซาลส์บวร์ก  เมืองอินส์บรูค ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน มีลักษณะเป็นที่ราบแคบ ๆ ๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศที่นี่ดีมากผู้ที่เข้ามาปก ครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ ท่าน นโปเลียน โบนาปาร์ต 
1130 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “Gasthaus Sandwirt am Inn Restaurant, Innsbruck”
บ่าย
นำคณะเดินทางสู่ย่านใจกลางเมือง ณ จัตุรัสที่สวยงามจะมีร้านค้าขายอาหาร สินค้าแบรนด์แนม ร้านช็อคโกแล็ต และร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน ให้ท่านได้เดินชม หรือหาซื้อของฝาก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ “Happy Wok Restaurant Innsbruck”
หลังอาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Alphotel Hotel, Innsbruckหรือระดับเทียบเท่า
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2561                                  เมืองอินส์บรูค – เมืองฟุซเซ่น
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำคณะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก จากนั้นนำคณะเดินทางสู่”หมู่บ้านมิทเทนวาลด์น“Mittenwald”ระยะทาง 41 กิโลเมตร หมู่บ้านน้อยตั้งอยู่ริมภูเขาสูง จากหมู่บ้านมีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปยอดเขา Karwendel สูง 2,244 เมตร ข้างบนเป็นร้านอาหารและลานเล่นสกีในหน้าหนาว เมืองนี้มีชื่อเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบสามร้อยปี เป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม โบสถ์ และสถานที่พักผ่อน ตั้งอยู่ในแคว้นบาวาเรีย จากนั้นเดินทางต่อสู่ “Garmisch Partenkirchen” ระยะทาง 20 กิโลเมตร รถแล่นเรียบเขาที่สวยงาม
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารท้องถิ่น
บ่าย
หลังอาหารกลางวัน ชมความน่ารักของ “Garmisch-Partenkirchen” หมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทือกเขาแอลป์ จากนั้น ออกเดินทางต่อสู่ “Oberammergau”แวะชมเมือง  ออกเดินทางต่อสู่เมืองฟูซเซ่น “Fussen” ระยะทาง 50 กิโลเมตร เมืองฟูซเซ่น เป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ในเขตออสทัลล์กอย ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนประเทศออสเตรียทางทิศเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุคโรมันครองยุโรป เป็นเส้นทางการค้าจากตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารค่ำ นำคณะเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ เมืองฟุชเชน
วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม 2561                       เมืองฟุซเซ่น – โฮเฮ็นชวาลเกา – มิวนิค                    
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะออกเดินทางสู่ “โฮเฮ็นชวานเกาตั้งอยู่ที่หมู่บ้านชวังเกาใกล้เมืองฟูซเซ่นทางตอนใต้ของแคว้นบาวาเรียในประเทศเยอรมนี  ระยะทาง 5 กิโลเมตร นำคณะไปชมความสวยงามของปราสาท นอยชวานสไตน์ “ปราสาทนอยชวานชไตน์ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วงปี ค.ศ. 1845-1886 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียมีพระประสงค์ให้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษ ห่างจากผู้คน และเพื่ออุทิศให้แก่กวีชื่อริชาร์ด วากเนอร์ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่องอัศวินหงษ์  ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงได้รับการตกแต่งตามเรื่องราวในบทประพันธ์ดังกล่าว ปราสาทแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยคริสเตียน แยงค์ (Christian Jank) ซึ่งเป็นนักออกแบบทางการละคร มากกว่าที่จะเป็นสถาปนิก  
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย
หลังอาหารนำคณะออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน ระยะทาง 120 กิโลเมตร เมืองมิวนิค เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ที่มีเศรษฐกิจที่มั่นคง ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 520 เมตร  อยู่บนที่ราบสูงบาวาเรียตอนบน อยู่ห่างจากตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ไปทางทิศเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อเดินทางถึง  เดินทางไปชมสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมิวนิค “โบสถ์เฟราเอนเคียเชอะ”(Frauenkirche) วิหารที่สำคัญที่สุดในเมืองมิวนิก ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามแบบเยอรมันโกธิค โดยสถาปนิกชื่อ Jörg von Halsbach ในศตวรรษที่ 15 โดยใช้อิฐสีแดงเป็นส่วนใหญ่ และมีการสร้างโดมสีเขียวสไตล์เรอเนสซองส์เพิ่มในปี 1525 ภายในนั้นก็กว้างใหญ่อย่างน่ามหัศจรรย์สามารถจุคนได้ถึง 4,000 คน ลักษณะเฉพาะอันโดดเด่นของ Frauenkirche ที่เป็นรอยเท้าสีดำเล็กๆ ใกล้กับทางเข้า ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าปีศาจ มีตำนานท้องถิ่นที่ลึกลับน่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของรอยเท้าปริศนานี้มากมาย จากนั้น ชมสุสานหินอ่อนสีดำและทองแดงของจักรพรรดิ Ludwig ที่สี่แห่งบาวาเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสุสานที่อยู่ในโบสถ์นี้ สมาชิกคนอื่นๆ ของราชวงค์ “Wittelsbach”และนักบวชของเมืองมิวนิคก็ถูกฝังที่นี่เช่นกัน
นำคณะไปชม    “จัตุรัสมาเรียนปลัตส์”(Marienplatz) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ “นอยเยอรัทเฮาส์” (Neue Rathaus) ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส สร้างในสไตล์นีโอโกธิกในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตร และไม่ไกลจากกันจะเป็นที่ตั้งของ หอนาฬิกา “Glockenspiel”ซึ่งในทุกเวลา 11 นาฬิกาและเที่ยงตรงของทุกๆวันจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำให้ชมกันอีกด้วย ในอดีตจัตุรัสมาเรียนปลัตส์เคยเป็นพบปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้นั่นเอง หากมีเวลาแวะ “ตลาดวิกชัวเลียน”(Viktualien Market) ตลาดนัดกลางแจ้งที่อยู่ใกล้ๆกับมาเรียนปลัตส์ ตลาดแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระเจ้าแม็กซิมีเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1807 อิสระให้ท่านได้หาซื้อของที่ระลึก หรือหาอาหารรับประทาน มีทั้งผักสด ผลไม้นำเข้า ชีส ฮอตด็อกไส้กรอก และอื่นๆอีกจำนวนมาก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร “Hofbrauhaus Am Platzl Restaurant
หลังอาหารนำคณะเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ณ “Park Inn by Radisson Munich East Hotel” หรือระดับเทียบเท่า
วันพุธ ที่ 30 พฤษภาคม 2561                                         เมืองมิวนิค – กรุงเทพ ฯ                                      
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
1000 น.
นำคณะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก พร้อมเดินทางไปสนามบินเมืองมิวนิค
1425 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 925
วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2561                                         กรุงเทพ ฯ                                                  
0605 น.
คณะเดินทางถึงกรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ
 
อัตราค่าบริการ       **สำหรับคณะเดินทางไม่ต่ำกว่า 30 ท่านพักห้องคู่
พระสงฆ์ (ไม่รับอาหารเย็น)
ราคาท่านละ
79,000 บาท
ฆารวาสพักห้องคู่
ราคาท่านละ
89,500 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม
ราคาท่านละ
12,250 บาท
 
อัตรานี้รวม
*  ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินพร้อมภาษีน้ำมัน และภาษีสนามบินทุกแห่งโดย สายการบินไทยชั้นประหยัด   
    เดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
*  ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว ตามที่ระบุในรายการ หรือระดับเดียวกัน พักห้องละ 2 ท่าน
*  ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุ ในรายการ
*  ค่ารถโค้ชปรับอากาศ ระหว่างการเดินทาง
*  ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในรายการ
*  ค่าธรรมเนียมวีซ่า (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย)
*  ค่าทิปคนขับรถ และทิปไกด์ท้องถิ่น ร้านอาหาร
*  ค่าใช้จ่ายสำหรับมัคคุเทศก์ เดินทางพร้อมคณะ และคอยอำนวยความสะดวกให้กับคณะตลอดการเดินทาง
*  ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางในวงเงิน ท่านละ 1,000,000บาท
 
อัตรานี้ไม่รวม
* ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งมาเอง นอกเหนือจากรายการ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
* ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
* ค่าทำหนังสือเดินทาง
* ค่ำภาษีเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง
* ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทยที่เดินทางไปพร้อมคณะ