Europe
 

  • Program
กรุงอิสตันบูล – เมืองคัปปาโดเกีย–เมืองคอนย่า –กรุงทรอย
**พักโรงแรม 5 ดาว และ โรงแรมถ้ำ 1 คืน**
**บินตรง และ บินภายใน 1 ขา**
ประเทศตรุกี...นำท่านเที่ยวชม 3 มหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่
บนแผ่นดินของ 2 ทวีปเอเชียและยุโรป
ชมมหัศจรรย์มรดกจารึกโลกทั้ง 4 แห่ง
ประเทศที่มีผู้อยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคหินเก่ามีอารยธรรมอานาโตเลีย
โบราณต่างๆเอโดเลีย โดเรียน และ กรีกไอโอเนีย เทรซ อาร์มีเนีย และ เปอร์เซีย
 
กำหนดการเดินทาง 
25 พ.ค. - 1 มิ.ย. 61 (วันวิสาขบูชา)
8 - 15 มิ.ย. 61
ราคาพิเศษเพียง 39,900 บาท!!!!
วันแรก  กรุงเทพฯ – กรุงอิสตันบูล 

2000น.    พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น4ประตูหมายเลข 9เคาน์เตอร์ Uสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์(TK) พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

2300 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK6(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)

วันที่สอง กรุงอิสตันบูล (บินภายใน)– เมืองคัปปาโดเกีย – เมืองเกอเรม-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม–นครใต้ดิน – โรงงานพรม-โรงงานเพชร - หุบเขานกพิราบ–หมู่บ้านโบราณอุชิซาร์ 

0550 น.   เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง)หลังจากนั้นนำท่านแวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ สู่เมืองเคย์เซอรี่

0640 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองเคย์เซอรี่ โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK2010

0805 น.   เดินทางถึงสนามบิน เมืองเคย์เซอรี่หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

นำท่านออกเดินทาง สู่เมืองเกอเรเม (Goreme) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้

นำท่านเดินทางสู่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

นำท่านชม นครใต้ดิน Underground City i เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์

กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(1)

จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานพรม (Carpet Factory) ตุรกีถือว่ามีชื่อเสียงเรื่องพรม พรมส่วนใหญ่ที่ผลิตในตุรกีนั่นมีชื่อเสียงเลื่องลือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพรมที่ทอจากขนสัตว์ หรือพรมที่ทอจากฝ้าย และพรมที่ทอจากไหม แล้วนำท่านชมโรงงานเพชร ที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี อาทิเช่น เทอควอย อาร์เทมิส เพชร และพลอย ที่ถูกออกแบบมาอย่างปราณีตและยังมีความโดดเด่นให้ท่านได้เลือกชมและช๊อปปิ้งตามอัธยาศัย

นำท่านแวะถ่ายรูปหุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) จุดชมวิว ณ หุบเขานกพิราบ Pigeon Valley  หน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่อย่างมากมาย ณ จุดนี้ ท่านจะสามารถมองเห็น ปราสาทอุชิซาร์(Uchisar Castle) ได้ในระยะไกล ที่นี่จะมีนกพิราบมากมาย ที่ชาวบ้านเลี้ยงนกพิราบ เพื่อนำอึ มาทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ และนำท่านแวะถ่ายรูปหมู่บ้านโบราณอุชิซาร์(Uchisar Town) เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่มีภูเขาหินขนาดมหึมาอยู่บนเขากลางเมือง ถูกขุดสกัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ มีช่องหน้าต่างมากมายจนดูคล้ายรวงผึ้ง วิวจากด้านบนสามารถมองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้รอบทิศ ที่นี่สามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนจริงที่อยู่อาศัยในบ้านที่ขุดเข้าไปในภูเขาที่ดูเหมือนจอมปลวก จนเรียกได้ว่าเป็นบ้านจอมปลวก ในสภาพแวดล้อมเดิมมายาวนานหลายร้อยปี

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก UCHISA KAYA CAVE HOTELหรือเทียบเท่า

หมายเหตุ       ในกรณีโรงแรมถ้ำเต็ม จะเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม(2)

วันที่สาม    เมืองคัปปาโดเกีย – เมืองคอนย่า– คาราวาสไลน์ – พิพิธภัณฑ์ - เมฟลานา

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(3)

 **สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 04.30 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง  โดยต้องมีอายุมากกว่า 6ปีขึ้นไป   (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ USD220 ต่อ 1 ท่าน)

** หากท่านสนใจ สามารถสอบถามราคาได้จากหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน***

[บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์บอลลูนในตุรกีมีประกันภัยให้กับทุกท่าน  แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทยนั้น ไม่ครอบคลุมการทำกิจกรรมขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกประเภท]

นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี ***ระหว่างทางแวะถ่ายรูป ***”คาราวานสไลน์” ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี (Sultan Han Caravanserai) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน 

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(4)

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum)หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่า ชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่แห่งเมืองเฮียราโพลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์  

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL ANEMON KONYA 5* หรือเทียบเท่า

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม(5)

วันที่สี่    เมืองคอนย่า– เมืองโบราณเฮียราโพลิส – เมืองคูซาดาสี-โรงงานเครื่องหนัง

ช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(6)

นำท่านเดินทางสู่เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) หรือปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ในภาษาตุรกี เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม คาร์บอเนต มาตกตะกอน เกิดเป็นลักษณะหน้าผา ซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาวคล้ายกับสร้างมาจากปุยฝ้าย ซึ่งน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามและน่าอัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 35 – 100 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบนำท่านชมเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis)ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(7)

บ่าย       ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาสี (Kusadasi) เมืองริมทะเล ที่พักต่างอากาศที่ขึ้นชื่อของประเทศตุรกีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศ ในช่วงฤดูร้อนชาวตุรกีมักจะมาล่องเรือชมทะเลสีฟ้าสวย และนอนอาบแดดริมชายหาดที่นี่นำท่านสู่โรงงานเครื่องหนัง คุณภาพเยี่ยมของประเทศตุรกี ที่สินค้าแบรนด์เนมดังๆ จากทั่วโลก มักจะส่งมาให้โรงงานในตุรกีผลิต อาทิเช่น Versace, Micheal Kors และแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก KUSADASI LE BLEU HOTEL 5*หรือเทียบเท่า

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม(8)

วันที่ห้า   เมืองคูซาดาสี – เมืองโบราณเอเฟซุส  - กรุงทรอย  - เมืองชานัคคาเล

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(9)

นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา แวะชมโรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชมโบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (Basilic of St. John) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(10)

นำท่านเดินทางสู่เมืองทรอย (Troy) ปัจจุบันกรุงทรอยตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล่ (Canakale) ประเทศสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ชมม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse) จากนั้นนำนำท่านเดินทางไปยัง เมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก    

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก CANAKKALE KOLIN HOTEL 5*หรือเทียบเท่า

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม(11)

วันที่หก  เมืองชานัคคาเล – เมืองอิสตันบูล - พระราชวังโดลมาบาเช่  - ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ ตุรกี - สไปซ์ มาร์เก็ต

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(12)

นำท่านเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เมื่องสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เมืองมนต์เสน่ห์แห่งอายรธรรมอันเก่าแก่ซึ่งเหมือนนี้เปรียบเสมือน พรมแดนของทวีปยุโรปอันสวยงาม และอดีตยังเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออกที่เคยรุ่งเรืองกว่า 1,000 ปี ซึ่งเรารู้จักในนาม “กรุงคอนสแตนติโนเปิล”เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกีตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ซึ่งในอดีต อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป   

กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(13)

บ่าย     นำท่านเดินทางสู่“พระราชวังโดลมาบาเช่” (DOLMABACHE)พระราชวังที่สวยงามตามสไตล์ตะวันตก มีการกล่าวว่า ในช่วงสุดท้ายของอาณาจักร ออตโตมัน มีการปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้น จึงมีการก่อสร้างพระราชวัง สไตล์ตะวันตก คล้ายๆพระราชวังแวร์ซายย์ในฝรั่งเศส และมีการประดับประดาอย่างชนิดหรูหรามากมาย โดยเฉพาะมีแชนเดอเลียและพรมทอมือผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แขวนอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ และ ประกอบกับพระราชวังแห่งนี้ อยู่ริมช่องแคบ บอสฟอรัส จึงมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น และ มีการเพิ่มเติมในการจัดสวนแบบสไตล์ตะวันตก จึงถือว่าเป็นพระราชวังอีกแห่งในทวีปยุโรป ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปีผสมผสานศิลปะแบบพระราชวังยุโรปกับแบบอาหรับสวยงามอย่างสวยงาม ชมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่น้ำหนักถึง 4.5 ตัน เครื่องแก้วเจียระไน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ ตุรกี ตลาดเก่าแก่อายุกว่า พันปีเป็นตลาดช้อปปิ้งที่ใหญ่และโด่งดังที่สุดในตุรกีเป็นตลาดสไตล์เตอร์กิชแท้ ๆ ภายในตลาดตกแต่งไว้อย่างสวยงามและเป็นตลาดเก่าแก่เปิดมานานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1453 มีเนื้อที่ทั้งหมดเกือบ ๆ 200 ไร่ มีร้านค้าขายของต่าง ๆ มากถึง 5,000 ร้านค้า มีสินค้าให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นของกินเล่นขนมของตุรกีที่หาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ของที่ระลึกที่แนะนำก็จะเป็น ลูกปัดตาปีศาจ เครื่องลาง  ชา ผลไม้อบแห้ง  ถั่วหลากชนิดเช่น ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ หรือจะเป็นขนมหวาน เตอร์กิชดีไลต์  เครื่องเทศ  เซรามิก จาน ชาม แจกัน เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ พวงกุญแจหรือกระเบื้องเพนท์ติดผนัง  และของที่ระลึกอื่น ๆ อิสระเพลิดเพลิน กับ การเลือกซื้อสินค้า ของฝากที่ระลึกมากมาย หรือ อาหารท้องถิ่นที่มีให้เลือกมากมายตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สไปซ์ มาร์เก็ต เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้น ยังมีอาหารขึ้นชื่อ และ ของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด, น้ำผึ้ง,ไข่ปลาคาร์เวียร์ , ขนม อร่อยๆ แบบ เตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้ว การได้มาถ่ายรูปที่ตลาดแห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมายโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ มากมายทีนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือน มีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ เตอร์กิส ดีไลท์ เป็นต้น

ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(14)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA PLAZA TEKSTILKENT HOTEL 5* หรือเทียบเท่า 
วันที่เจ็ด  เมืองอิสตันบูล – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส - พระราชวังทอปกาปี - ฮิปโปโดม – มัสยิดสีน้ำเงิน – วิหารเซนต์โซเฟีย– สนามบิน

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม(15)

นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำท่านล่องเรือชมความงดงามสุดเกินจะบรรยายของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise Tour)ที่เชื่อมทะเลดำและทะเลมาร์มาราเข้าด้วยกัน และที่สำคัญช่องแคบแห่งนี้ เป็นช่องแคบพรมแดนกั้นระหว่าง ทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรป ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงาม สองฝรั่งทวีป คือ ยุโรป และ เอเชีย อันสวยงามยิ่ง และ มีพระราชวังสำคัญๆ อยู่ริมแม่น้ำมากมาย รวมถึงสถาปัตยกรรมในยุคโรมัน ที่รายล้อมริมสองฝั่งแคบ ซึ่งทุกท่านถือเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสมาล่องเรือในช่องแคบที่แบ่งเส้นพรมแดนทวีปในครั้งนี้

นำท่านเดินทางสู่ “พระราชวังทอปกาปี” (TOPKAPI PALACE) ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ซึ่งถือว่าเป็น พระราชวังสำคัญในสมัย ออตโตมัน เป็นที่ประทับของสุลต่านองค์สำคัญๆ ซึ่งบรรยากาศของพระราชวังกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในดงต้นมะกอก และตั้งอยู่ริมช่องแคบ บอสฟอรัส ท่านจะได้ชมห้องต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการให้เห็นภาพย้อนยุคในสมัยออตโตมัน และ พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติโบราณของประเทศตุรกี รวมทั้งเครื่องกระเบื้องเคลือบอันสวยหรู ก่อนนำท่านสู่ จุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของวิวริมช่องแคบบอสฟอรัส

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(16)

บ่าย       นำท่านเดินทางเที่ยวชม “ฮิปโปโดม” (HIPPODOME)สร้างในสมัยจักรพรรดิเซ็ปติมุส เซเวรุส เป็นสนามอาเรน่าที่ใช้สำหรับการแข่งม้าศึกในยุคโรมันที่วางรูปแบบไว้อย่างสวยงามและกิจกรรมต่างๆสามารถจุผู้คนได้กว่า 100,000 คน ในฮิปโปโดรมมีอนุสาวรีย์เด่นๆสามแห่งคือ 

1.เสาโอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส (Obelisk of Pharaoh Thutmose) ซึ่งคอนคอนสแตนตินมหาราชนำมาจากเมืองคาร์นัคประเทศอียิปในสมัยที่มีการขนย้ายอนุสาวรีย์ต่างๆมาจากอาณาจักรยุคโบราณ 2.เสางู (Serpentine column) สลักเป็นรูปสามเหลี่ยมตัวกระหวัดรัดพันกันเดิทตั้งอยู่ที่วิหารเทพอพอลโล่แห่งเมืองเดลฟี 3.เสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.940 แต่ไม่ทราบประวัติที่แน่ชัด 

นำท่านเที่ยวชม “มัสยิดสีน้ำเงิน” (BLUE MOSQUE)เพื่อความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรออตโตมัน

หรือ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque)อันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยกาหลิบ Ahmed I ยุค จักรวรรดิ์อ๊อตโตมาน ระหว่างปี 1609-1616 เป็นมัสยิดที่โอ่อ่า สง่างาม เกินคำบรรยาย ด้วยการสร้างหออะซานจำนวน 6 หอ จนเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์สำคัญของตุรกีซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่พลาดที่จะต้องไปเยือน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วิหารเซนต์โซเฟีย (ST.SOPHIA)ชมศิลปะประยุกต์ไบเซนต์ไทน์ ที่เคยเป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์มาก่อน และ กลายมาเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เก่าแก่และสวยงามยิ่ง และ ยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(17)

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงอิสตันบูล

วันที่แปด  สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)

0125น.       ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่TK 068

1500น.       เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ... โดยสวัสดิภาพ

 

**หมายเหตุ     รายการทัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม**

 
ราคาต่อท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
ผู้ใหญ่ พัก 2-3 ท่าน/ห้อง 39,900.- 16,900.-
พักห้องเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ 5,500.-

*** ราคานี้บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาตามภาษีน้ำมันและราคาตั๋วของสายการบิน

ณ วันที่ 17 พ.ย.60หากมีการเก็บเพิ่มโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหลังจากออกราคานี้ไปแล้ว

*** การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสาร ผู้ใหญ่ตั้งแต่15 ท่านขึ้นไปหากผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ต่ำกว่า 15 ท่าน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา

*** คนไทยไม่ต้องทำวีซ่า

*** ขอสงวนสิทธิ์สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้เดินทางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่มีผู้ดูแลเนื่องจากอาหารและการเดินทางระยะไกลไม่เหมาะสำหรับเด็ก

 

อัตรานี้รวม

*ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด ตามเส้นทาง

*ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง20 กิโลกรัม/ท่าน

*ค่าโรงแรมที่พัก (สองท่านต่อหนึ่งห้อง), ค่ารถรับส่งระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ

*ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามรายการที่ได้ระบุ, ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี

*ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทจากกรุงเทพฯที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ

*ค่าประกันการเดินทางเฉพาะอุบัติเหตุเท่านั้น คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท สำหรับผู้เดินทางไปพร้อมกรุ๊ปในระยะเวลาท่องเที่ยวกับทัวร์เท่านั้น ประกันการเดินทางจะไม่คุ้มครองผู้ที่อายุต่ำกว่า 1 ปีหรือเกิน 85 ปีขึ้นไป (อายุ 1-15ปี และ 75-84 ปีคุ้มครอง 50 %  รายละเอียดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ )

*** กรณีต้องการทำประกันการเดินทางรายดี่ยวเพิ่ม รวมประกันสุขภาพด้วย ชำระเพิ่มท่านละ 500 บาท/ท่าน รายละเอียดตามเงื่อนไขกรมธรรม์

* มี Wifiฟรีบนรถโค้ช และ แจกน้ำดื่มทุกวัน

อัตรานี้ไม่รวม

*ค่าทำหนังสือเดินทาง, ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว

*ค่าทำวีซ่าประเทศตุรกี

*ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี

*ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัมต่อท่าน)

*ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

*ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง

*ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ  ค่าโทรศัพท์  ค่าซักรีด ฯลฯ

*ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

*ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าโรงแรมซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

*ไม่รวมค่าทิปหัวหน้าทัวร์+ไกด์+คนขับรถ ตลอดทริป  50ดอลล่าร์ยูเอส($USD)/ท่าน ตลอดการเดินทาง

***ไม่มีแจกกระเป๋า