Europe

  • Program
 
Scandinavia 12 Days
สต๊อกโฮล์ม – ซิลเรียไลน์ – โรวาเนียมี –
หมู่บ้านซานต้า คลอส เฮลซิงกิ –
ล่องเรือ – ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม อัลต้า 
ฮอนนิ่งสแวค –นอร์ทเคป – ทะเลสาบอินารี –
ล่องเรือชมฟจอร์ดเบอร์เกน –
ออสโล – นั่งรถไฟสายโรแมนติก –
ฟลัม  อุทยานฟรอกเนอร์ –
ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนพร้อมจิบแชมเปญแกล้มคาร์เวียร์
รับใบประกาศนียบัตร – ล่องเรือสำราญ DFDS –
โคเปนเฮเกน
สัมผัสความหรูหราบนเรือถึง 2 ลำ
กำหนดการเดินทาง
5 -1 6 ก.ค.// 1 - 12 ส.ค. 2561
( กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 8สัปดาห์เพื่อความสะดวกในการยื่นวีซ่าของท่าน)
วันที่1  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
2200 น.  สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินไทย(เคาเตอร์ A – B) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
วันที่2   สต๊อกโฮล์ม – ชมเมือง – พิพิธภัณฑ์เรือวาซา - ศาลาว่าการ(โนเบล) – เรือซิลเรียไลน์
0110 น.  ออกเดินทางสู่กรุงสต๊อกโฮล์ม  โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG950
0700 น.  เดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศเดนมาร์ค หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว  นำท่านเข้าสู่ “กรุงสต๊อกโฮล์ม” Stockholm(ระยะทาง 40 กม.)เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ความงามบน ผิวน้ำ”Beauty on Water หรือ “ราชินีแห่งทะเลบอลติค” นำคณะเดินทางเข้าชม “พิพิธภัณฑ์เรือวาซา” Vasa Museum เรือรบแห่งราชอาณาจักรสวีเดนที่ได้รับ พระราชโองการให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทำสงครามกับเยอรมนี “เรือรบวาซาร์”ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ดูงดงามและน่าเกรงขามแต่เรือรบลำนี้กลับไม่มีโอกาสที่จะได้ออกไปลอยลำต่อหน้าศัตรูของสวีเดนเลยเพราะหลังจากเรือรบวาซาร์ได้ถูกปล่อยลงน้ำได้เพียง 30 นาที เรือรบวาซาร์ก็ล่มและจมลงสู่ก้นทะเลอย่างรวดเร็ว และถูกทิ้งให้จมอยู่อย่างเดียวดายใต้ทะเลบอลติคนานถึง 333 ปี ก่อนที่จะกู้ขึ้นมา และนำมาตั้งแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จากนั้น นำท่านเข้าชม “ซิตี้ ฮอลล์”City Hall หรือศาลาว่าการเมืองซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ranger Oster สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกปีจะมีพิธีมอบรางวัล “โนเบล”Nobel Prizeที่ ซิตี้ฮอลล์นี้
 
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย    นำท่านเที่ยวชมเมืองหลวงของประเทศสวีเดน ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ความงามบน ผิวน้ำ”Beauty on Water หรือ “ราชินีแห่งทะเลบอลติค”เมืองแห่งประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ครั้ง ศตวรรษที่ 13ศิลปะและสถาปัตยกรรมผสมผสานด้วยความสะดวกสบาย และ ทันสมัยของบ้านเมือง, ตึกรามบ้านช่อง รวมทั้งปราสาทราชวังตั้งอยู่ริมน้ำและตามเนินสูงต่ำ เกาะใหญ่น้อย 14เกาะ ที่โอบล้อมด้วยทะเลบอลติก Baltic Sea ทะเลสาบ มาลาเร็น Lake Malarenทำให้สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ผ่านชม โรงละครแห่งชาติ,ทำเนียบรัฐบาล ผ่านชม “แกมล่าสแตน ”เมืองเก่าแก่ที่สุดและสวยงามราวกับภาพวาด นำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวพร้อมชมความสวยงามของกรุงสต๊อกโฮล์มจากด้านบนเนินเขาจากนั้นผ่านไปชม “แกมล่าสแตน”เมืองเก่าแก่ที่สุดและสวยงามราวกับภาพวาด นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศโดยเรือสำราญขนาดมหึมา“ซิลเลียไลน์”Silja Line ซึ่งเป็นเรือสมุทร ขนาดใหญ่ที่สุดของสแกนดิเนเวีย ล่องผ่านทะเลบอลติก สู่กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพลิดเพลินกับความสนุกสนานมากมายในเรือ อาทิ ภัตตาคาร, ร้านอาหาร, บาร์, ไนต์คลับ, ดิสโก้เธค, ศูนย์สันทนาการสำหรับครอบครัว, ร้านค้าปลอดภาษี และเสี่ยงโชคในคาสิโนมีระดับชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะแก่งหิน ท่าเรือ และบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 19 ระหว่างสองเมืองหลวงมหาเสน่ห์แห่งสแกนดิเนเวีย กรุงสต็อกโฮล์ม-กรุงเฮลซิงกิ อิสระกับการพักผ่อนบนเรือ
 
ค่ำ    บริการอาหารมื้อค่ำแบบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ สแกนดิเนเวียนซีฟู๊ด Scandinavian Seafoodณ ภัตตาคารภายในเรือ ประทับใจอาหารจากทะเลเหนือและทะเลบอลติก ทดลองชิมไข่ปลาคาร์เวีย และปลาแซลมอนแบบต่างๆพร้อมทั้งชิมไวน์เลิศรส เพลิดเพลินกับความหรูหราที่ไม่ธรรมดาในคืนพิเศษนี้
*** กรุณาเตรียมเสื้อผ้าพร้อมของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืนบนเรือ
 
เนื่องจากไม่สามารถนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นไปบนห้องพักได้ (กระเป๋าต้องโหลดไปใต้ท้องเรือ) ***
 
พักที่ :     บนเรือสำราญซิลเลียไลน์:Silja Line ( Out Side เห็นวิวทะเล พักห้องละสองท่าน)
วันที่3   เฮลซิงกิ – ชมเมือง – โบสถ์หินเทมเปอเลียวคิโอ - ตลาดนัดริมทะเล – ช้อปปิ้ง
เช้า   รับประะทานอาหารเช้า แบบ สแกนดิเนเวีย ณ ห้องอาหารของเรือสำราญ
นำท่านเดินทางถึง นครเฮลซิงกิ นำท่านชมกรุงเฮลซิงกิเมืองหลวงของฟินแลนด์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบ  ผสมผสานระหว่างสวีดิชและรัสเซีย เจ้าของสมญานาม“ธิดาสาวแห่งทะเล บอลติก” นำท่านเข้าชม“โบสถ์หินเทมเปอเลียวคิโอ”Templiaukkio Church ที่สร้างขึ้นโดย การขุดเจาะในซอกหินแกรนิตขนาดมหึมา หากท่านได้เห็นภาพถ่ายทางอากาศ โบสถ์หินแห่งนี้จะมี  รูปร่างคล้ายจานบินโบสถ์ซึ่งออกแบบโดยสองพี่น้องตัวโมและติโม ในปีค.ศ. 1969 มีการตกแต่งแบบทันสมัยพร้อมระบบเสียงที่ดี นอกจากนั้นยังมี “อนุสาวรีย์ซิเบลิอุซ”Sibelius คีตกวีเอกชาวฟินน์ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียที่สวนสาธารณะเวลล์
 
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย    ต่อจากนั้นเยี่ยมชมมหาวิหาร Uspensy ของศาสนาคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ที่งดงามด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย จากนั้นนำท่านชม“จัตุรัสรัฐสภา” Senate Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์และมหาวิหารใหญ่นิกายรูเธอรัน นำชม“ตลาดนัดริมทะเล” Market Square ที่มีชื่อเสียงนอกจากจะเป็นตลาดย่านใจกลางเมืองที่ขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว แหล่งขายปลานานาชนิด อาหารผลไม้ และดอกไม้แล้ว ยังเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดี, ศาลากลางและโบสถ์ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
 
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :       SOKOS PRESIDENTTI HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง      
วันที่4  เฮลซิงกิ – โรวาเนียมี – หมู่บ้านซานต้า คลอส – ทะเลสาบอินารี - พิพิธภัณฑ์ชาว แลปป์แลนด์ – อิวาโล่
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
1015 น.  ออกเดินทางสู่กรุงโรวาเนียมิ โดยเที่ยวบินที่ D8120
1135 น.  เดินทางถึงกรุงโรวาเนียมิ  จากนั้นนำท่านท่านเข้าสู่ตัวเมือง
 
เที่ยง      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม เมืองโรวาเนียมิ (ROVANIEMI)เมืองซึ่งตั้งอยู่บริเวณเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล เป็นเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ การปกครอง และการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ทางตอนเหนือตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ KEMIJOKI และแม่น้ำ OUNASJOKI ได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากประตูสู่แผ่นดินชาว LAPLAND ซึ่งมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติแสงเหนือมากที่สุด (ช่วงฤดูหนาว) และยังถือว่าเป็นเมืองที่อยู่ของซานตาคลอส ที่เด็ก ๆ รู้จักกันดีทั่วโลกอยู่ด้วย นำท่านเข้าชม“หมู่บ้านซานตาคลอส” (Santa Claus Village)ซึ่งชาวฟินแลนด์ได้สร้างขึ้นเพื่อระลึก ถึงลุงซานตาคลอสผู้ใจดี ให้ท่านได้ถ่ายรูปคู่กับลุงซานต้า และท่านจะได้มีโอกาสส่งโปสการ์ดให้เพื่อนๆ ของท่านจากตู้ไปรษณีย์ของซานต้า พร้อมถ่ายรูปกับพาหนะของซานตาคลอส สนุกกับกิจกรรมมากมายในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายภาพที่น่ารัก จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอิวาโล
 
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :      IVALO HOTEL ที่พักระดับใกล้เคียง                              
วันที่5   อิวาโล่ –ฮอนนิ่งสแวค (นอร์ทเคป) – ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน พร้อมจิบแชมเปญ และรับใบประกาศนียบัตร   
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะข้ามพรมแดนสู่ประเทศนอร์เวย์ที่เมืองคาราสจอก “KARAJOK”  เมืองพรมแดนระหว่างประเทศฟินแลนด์กับประเทศนอร์เวย์ ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชม ธรรมชาติป่าอันงดงามตามแบบฉบับของเขตขั้วโลกเหนือ ผ่านชม“ทะเลสาบอินารี” แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กับเกาะแก่งมากมาย บริเวณแถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองชาวซามิ(Sami) มีเวลาให้ท่านเดินเล่นถ่ายภาพริมทะเลสาบพร้อมเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเข้าชม“พิพิธภัณฑ์ ชาวแลปป์”  ชมสภาพจำลองความเป็นอยู่ของชาวแลปป์ คนท้องถิ่นพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านท่านจะได้รู้เรื่องราวของคนท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี การกินอยู่และความผูกพันของชาวแลปป์ที่มีต่อกวางเรนเดียร์
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางขึ้นเหนือสู่ เมืองฮอนนิ่งสแวก แวะชมเมืองแฮมเมอร์เฟส Hammerfestเมืองที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ เป็นเมืองที่มีการค้าขายมาตั้งแต่สมัยโบราณ เสมือนเป็นจุดแวะพักก่อน เดินทางขึ้นสู่ขั้วโลกเหนือของนักเดินทางโบราณ เมืองนี้ยังเคยต้อนรับองค์รัชกาลที่ 5 ในสมัยที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรป นำท่านเดินทางต่อระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมธรรมชาติป่าอันงดงามตามแบบฉบับของเขตขั้วโลกเหนือ นำท่านลอดอุโมงค์ใต้ทะเล เข้าสู่เกาะมาเกอโรย่า (Magerøya Island) สู่เมืองฮอนนิ่งสแวคเมืองเอกประจำเกาะซึ่งเป็นดินแดนที่มีชุมชนอยู่เหนือสุดของประเทศนอร์เวย์ นำเข้าที่พักโรงแรม  **พักผ่อนหลังจากเดินทางไกล **
 
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
2130 น.   จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่นอร์ธเคปจุดเหนือสุดของยุโรปที่สามารถเดินทางเข้าถึงด้วยรถยนต์ นำท่านชมศาลาไทย ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเสด็จฯมาทรงกระทำพิธีเปิดเมื่องกลางปี  พ.ศ.2532 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2450 และทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนศิลาภายในศาลาเป็นที่เก็บรวบรวมเรื่องราว ในการเสด็จประพาสของพระองค์ฯ นับเป็นพิพิธภัณฑ์ไทยที่อยู่เหนือสุดของโลก จากนั้นนำท่านชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” ณ อาคารนอร์ธเคป แผ่นดินที่อยู่เหนือที่สุดที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์ริมฝั่งมหาสมุทรอาร์คติคแห่งขั้วโลกเหนือ พร้อมชื่นชมดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสุกสว่างยามราตรี*** พิเศษจิบแชมเปญแกล้มคาเวียร์ฉลองการมาเยือน และท่านจะได้ประกาศนียบัตรรับรองการเดินทางมาชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในครั้งนี้อีกด้วย*** // จากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พัก
*** หมายเหตุ ปรากฎการณ์ พระอาทิตย์เที่ยงคืนเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในบางวันอาจมีเมฆหมอกบดบังทำให้ไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์ได้เต็มดวง
 
พักที่ :      SCANDIC NORDKAPP HOTELที่พักระดับใกล้เคียง                                   
วันที่6  ฮอนนิ่งสแวค – อัลต้า – (บินภายใน สู่ กรุงออสโล)
เช้า   บริการอาหารมื้อเช้าแบบกล่อง / นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองอัลต้า เพื่อบินภายในประเทศ ไปเมืองออสโล
 
*** อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัยเพื่อความสะดวกในการเช็ค-อิน ***
1310 น.  ออกเดินทางสู่เมืองออสโล โดยเที่ยวบินที่ DY321
1515 น.  เดินทางถึงเมืองออสโล เมืองหลวงประเทศนอร์เวย์ จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมือง
นำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองชม “กรุงออสโล”เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ในอดีต ครั้งสมัยที่นอร์เวย์อยู่ในอารักขาของอาณาจักรเดนมาร์คนั้นนอร์เวย์เคยย้ายเมืองหลวงถึงสองครั้งสองหนจากกรุงทรอนไฮม์เป็นกรุงเบอร์เก้น จนกระทั่งได้ย้ายมาเป็นกรุงออสโลในปัจจุบันที่โอ่อ่าในเวลานี้อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ย้อนหลังถึง 900 ปี ในครั้งนั้นออสโลเป็นเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรวรรดิ์ไวกิ้งโบราณ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของพระเจ้าฮาโรลด์แฟร์แฮร์
 
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :      RADISSON BLU ALNA HOTEL  ที่พักระดับใกล้เคียง                                                     
วันที่7  ออสโล – ฟลัม – รถไฟสายโรแมนติก – ฟลัม/สตาลไฮม์/วอส
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่แหล่งแนวฟจอร์ดอันงดงาม ชื่นชมกับธรรมชาติของน้ำตกที่ไหลรินจากภูผาอันสูงชันลงสู่เบื้องล่างเป็นภาพที่ติดตาตรึงใจไปอีกนานแสนนาน แวะเมืองเกลโล เมืองสกีรีสอร์ท ที่มีชื่อเสียงของประเทศนอร์เวย์ เพื่อรับประทานอาหาร
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำคณะเดินทางสุ่เมืองฟลัม นำท่านนั่งรถไฟสายโรแมนติค FLAMSBANAที่โด่งดังที่สุดตามเส้นทาง ฟลัม-ไมร์ดัล-ฟลัมรถไฟสายโรแมนติคซึ่ง ใช้เวลาสร้างถึง 20 ปี เป็นเส้นทางสายลาดชันที่สุดจากภูเขาสู่หุบเขา เป็นการแสดงถึงผลงานด้านวิศวกรรมได้อย่างดีเยี่ยม โดยการเจาะอุโมงค์ทะลุภูเขา มากถึงกว่า 20 แห่ง  นอร์เวย์มีอุโมงค์ที่ขุดเจาะทะลุภูเขาเป็นพันแห่งสำหรับการเดินทางติดต่อเชื่อมโยงกันภายในประเทศ  ทั้งทางรถยนต์ และ ทางรถไฟ ชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์และน้ำตกที่สวยงามซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากมลภาวะทั้งปวง ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางจะตรึงตาตรึงใจท่านไปอีกนานจากนั้นเดินทางโดยรถโค้ชสู่ ยอดเขาสตาลไฮม์ สตาลไฮม์” หมู่บ้านใน “เมืองวอส” ที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่พักตากอากาศท่ามกลางหุบผาฟจอร์ด ที่สูงตระหง่านบนยอดฟ้าเดินชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรมที่ท่านจะประทับใจมิรู้ลืม
 
ค่ำ   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
พักที่ :       Stalheim Hotel / Fretheim Hotel / Fleischer's Hotelที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่8  ฟลัม – ล่องเรือชม ฟจอร์ด – เบอร์เกน
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อลองเรือชมซอจ์นฟจอร์ดรือจะค่อยๆ แล่นเลียบ เปิดโอกาสให้ท่านชื่นชมทัศนียภาพชวนฝันของฟจอร์ด ที่สวยที่สุดของโลก ท่านจะเห็นภูผาหินสูงตระหง่านที่ธรรมชาติบรรจงสลักไว้ดูวิจิตรพิสดารบนเนินลาดริมฝั่งมีบ้านซัมเมอร์เฮ้าส์ ที่สร้างจากไม้สนเป็นหย่อมๆ ตื่นตาตื่นใจมิรู้ลืม บางครั้งอาจมีนกนางนวลบินตามลำเรือ และแมวน้ำ ว่ายน้ำตามชายฝั่งสร้างความประทับใจให้แก่ทุกท่าน
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเบอร์เกน”( Bergen)  เมืองมรดกโลก ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดี นำท่านเดินเที่ยวชมเมืองเบอร์เก้นจากนั้นนำท่านนั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขา   บนความสูง 320 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอันเป็นภาพบรรยากาศที่งดงามและประทับใจ ได้เวลาสมควร นำท่านลงเขา เดินเล่นชมเมือง เริ่มจากเขตเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของ Fish Market ที่เป็นทั้งตลาด ปลาอันเก่าแก่และศูนย์การคมนาคมทางทะเลและท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมงโบราณ Bryggen  สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารไม้สีสันสวยงามที่มีอายุเกือบ 300 ปี เรียงรายตลอดแนว นับเป็นตัวอย่างการก่อสร้างที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco)
 
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :       SCANDIC CITY HOTELที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่9  เบอร์เกน – บินภายใน – ออสโล – ล่องเรือสำราญ DFDS
เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0950 น.  ออกเดินทางสู่กรุงออสโล โดยเที่ยวบินที่ SK0260
1040 น.  เดินทางถึงกรุงออสโลเมืองหลวงที่น่ารักของประเทศนอร์เวย์
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ใจกลางเมืองชม“กรุงออสโล”เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ในอดีต ครั้งสมัยที่นอร์เวย์อยู่ในอารักขาของอาณาจักรเดนมาร์คนั้นนอร์เวย์เคยย้ายเมืองหลวงถึงสองครั้งสองหนจากกรุงทรอนไฮม์เป็นกรุงเบอร์เก้น จนกระทั่งได้ย้ายมาเป็นกรุงออสโลในปัจจุบันที่โอ่อ่าในเวลานี้อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ย้อนหลังถึง 900 ปี ในครั้งนั้นออสโลเป็นเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรวรรดิ์ไวกิ้งโบราณ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของพระเจ้าฮาโรลด์แฟร์แฮร์ ผ่านชมโบสถ์โดมคาทีดราลตึกรัฐสภา,อุทยานแห่งชาติ
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมภายใน “อุทยานฟรอกเนอร์” ท่านจะทึ่งผลงานของปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ชื่อกุสตาฟ วิกเกแลนด์  ที่ใช้เวลาถึง 40 ปี ในการแกะสลักหินแกรนิต และทองแดงให้ยุวชนได้เห็นวัฏจักรในหนึ่งชั่วชีวิตของมนุษย์ ตรงใจกลางของอุทยานเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักชื่อ โมโนลิท (สูง 17 เมตร) แกะสลักจากหินแกรนิตชนิดแข็ง จากนั้น นำคณะลงเรือสำราญขนาดใหญ่ดีเอฟดีเอส DFDS ซึ่งสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิด เช่น ภัตตาคาร บาร์ ไนต์คลับ และเพลินกับการเลือก ชมสินค้าปลอดภาษี ฯลฯ เรือสำราญลำนี้จะนำท่านล่องสู่ทะเลเหนือจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ออกเดินทางจากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค สู่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชม “ออสโลฟยอร์ด”  ส่วนหนึ่งของฟยอร์ดนอร์เวย์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
 
ค่ำ   บริการอาหารมื้อค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ          สแกนดิเนเวียนซีฟู๊ด Scandinavian Seafood พร้อมเครื่องดื่มท่านละ 1  แก้ว ณ ภัตตาคารภายในเรือ ประทับใจกับอาหารทะเลสดจากมหาสมุทรแอตแลนติก และจากทะเลเหนือ ค่ำคืนนี้หาความสำราญและพักค้างคืนในเรือสำราญ DFDS
*** กรุณาเตรียมเสื้อผ้าพร้อมของใช้จำเป็นใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืนบนเรือ
 
เนื่องจากไม่สามารถนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นไปบนห้องพักได้ (กระเป๋าต้องโหลดไปใต้ท้องเรือ) ***
 
 
พักที่ :บนเรือ DFDS TOR LINE พักแบบ Outside Cabin เห็นวิวทะเล พักห้องละสองท่าน
วันที่10  โคเปนเฮเก้น – ชมเมือง – พระราชวังอามาเลียนบอร์ก - ช้อปปิ้ง – มัลโม
เช้า   รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัว “เมืองโคเปนเฮเกน”ตั้งอยู่ระหว่างทะเลบอลติคและทะเลเหนือล้อมรอบด้วยพื้นน้ำเกือบทั้งหมดภูมิประเทศประกอบด้วยคาบสมุทรJutland  และเกาะต่างๆอีก 406 เกาะ นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศมุ่งหน้าสู่ใจกลางกรุง “โคเปนเฮเก้น” Copenhagen นำคณะเที่ยวชมเมืองผ่านจตุรัสซิตี้ฮอลล์  อาคารเทศบาลเมืองเก่าเขตย่านใจกลางเมือง พร้อมถ่ายรูปคู่กับ เงือกน้อยลิตเติ้ลเมอร์เมดLittle Mermaid สัญลักษณ์ของเมือง ซึ่งยังคงนั่งเศร้ารอเจ้าชายตามเนื้อเรื่องในเทพนิยายอันลือลั่นของนักเล่านิทานระดับโลก ฮันส์คริสเตียน แอนเดอร์สัน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริเวอร์ จาคอบเซ่น เจ้าของมูลนิธิคาร์ล สเบิร์ก ใกล้กันเป็นย่านท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือสินค้า และเรือสำราญจอดเด่นเป็นสง่า เดินผ่านสวนสาธารณะท่านจะพบกับน้ำพุเกฟิออน เทพธิดาผู้เสียสละกับบุตรชายที่ร่วมสร้างเกาะซีแลนด์ขึ้นมาชมจตุรัส “พระราชวังอามาเลียนบอร์ก”(Amalienborg Palace) ที่ประทับในฤดหนาวของราชวงศ์แห่ง เดนมาร์ก ชม “พิธีการเปลี่ยนทหารรักษาพระองค์”ในชุดเครื่องแบบที่งดงาม
 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พร้อมชิม กุ้งมังกรรสเลิศ Swedish Lobster ท่านละ 1 ตัว
 
นำท่านผ่านชม “ราวน์ทาวเวอร์”Round Towerอาคารเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และย่านเขตท่าเรือ Kongens Nytorv ที่มีอาคารบ้านเรือนตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียงราย เป็นภาพที่งดงามเหมาะสำหรับการเยือนเมืองนี้ท่านสู่ย่านใจกลางเมืองเพื่ออิสระกับเมืองอันสวยงามหรือเลือกหาซื้อสินค้าตามอัธยาศัย            จากนั้นนำท่าน เดินทางสู่เมือลมัลโม  “Malmö” (40 ก.ม.) คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสวีเดน นำท่านเดินทางข้ามสะพานโอเรซุนด์ The Øresund ซึ่งเชื่อมประเทศสวีเดน-เดนมาร์ก เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของยุโรป ยาวประมาณ 12 กม. เป็นสะพาน 8 กม. และเป็นอุโมงค์ใต้ทะเล 4 กม. เปิดใช้เมื่อปี 2000 เชื่อมต่อเมืองโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์กกับ Malmo สวีเดน สะพานนี้มีความสวยงาม โดดเด่นมาก และใช้ได้ทั้งรถยนต์ และรถไฟ
 
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : SCANDIC HOTEL MALMOที่พักระดับใกล้เคียง                                                 
วันที่11  มัลโม – สนามบิน – กรุงเทพฯ  
เช้า   รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมจัตุรัสกลางเมืองมัลโม ที่มีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1538 บริเวณตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของพระเจ้า Karl Gustav ที่ 10 ซึ่งออกแบบและแกะสลักโดย John Börjeson ด้านซ้ายของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของ Rådhuset หรือ Town Hall ศาลาว่าการเมืองสไตล์ดัตช์เรอเนสซองส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1353 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่สุดของเมือง ผ่านชม Turning Torso ตึกระฟ้ารูปทรงโมเดิร์นความสูง 190 เมตร ซึ่งนับเป็นตึกที่สูงที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย รวมทั้งเป็นตึกที่อยู่อาศัยที่สูงที่สุดอันดับ 3 ของ ทวีปยุโรป จากนั้นเดินทางข้ามสะพานโอเรซุนด์ The Øresund ซึ่งเชื่อมประเทศสวีเดน-เดนมาร์ก เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของยุโรป ยาวประมาณ 12 กม. เป็นสะพาน 8 กม. และเป็นอุโมงค์ใต้ทะเล 4 กม. เปิดใช้เมื่อปี 2000 เชื่อมต่อเมืองโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์กกับ Malmo สวีเดน สะพานนี้มีความสวยงาม โดดเด่นมาก และใช้ได้ทั้งรถยนต์ และรถไฟ ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
1425 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG951
วันที่12  กรุงเทพฯ
0600 น.   เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ  โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดย เวิลด์ คอนเน็คชั่นส์  ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ  จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ
 
อัตราค่าบริการ
วันเดินทาง
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม)
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม
14 -25 มิ.ย. 61
142,900 บาท
142,900 บาท
29,900 บาท
ก.ค. - ส.ค. 61
149,900 บาท
149,900 บาท
29,900 บาท
ต้องการเดินทางโดยชั้นธุรกิจ Business Classกรุณาสอบถามราคาเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่บริษัท
 
 
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ – สค๊อกโฮล์ม // โคเปนเฮเก้น  – กรุงเทพฯ(หรือสลับก่อนหลัง)
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กฎหมายในยุโรปไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12ช.ม./วัน
  • โรงแรมที่พักตามระบุหรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัว หากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่ายุโรปหรือกลุ่มเชงเก้นวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนให้ท่านไม่ว่าท่านจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็ตาม
  • ค่าอาหารที่ระบุในรายการ ให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้  และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
  • ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่นในยุโรป
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
  • ค่าผกผันของภาษีน้ำมันที่ทางสายการบินแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก (ทางบริษัทฯไม่ได้จัดให้แก่ท่านเนื่องจากป้องกันการสูญหายจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในโรงแรมที่พัก และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าห้องพักสำหรับทุกท่าน)
 
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ตามวัฒนธรรมการบริการแบบสากลโลก ท่านละ 100 บาทต่อวัน