India

  • Program
 
โปรแกรมการเดินทาง
เยือน
ประเทศอินเดีย
ราชสถาน 9 วัน 7 คืน
 
กำหนดการเดินทาง
19 -27 ตุลาคม 2561
23 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561
7 - 15 ธันวาคม 2561
18 – 26 มกราคม 2562
22 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2562
8 -16 มีนาคม 2562
 
วันแรก  กรุงเทพฯ – ชัยปุระ
1930 น.
คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 2  แถว C เคาน์เตอร์สายการบิน THAI SMILEเจ้าหน้าที่บริษัทนิสโก้ ทราเวล จะคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่านในการตรวจเช็คสัมภาระและบัตรโดยสารก่อนการเดินทาง
2205 น.
ออกเดินทางต่อสู่ เมืองจัยปูร์ หรือ เมืองชัยปุระ ประเทศอินเดียโดยสายการบิน THAI SMILEเที่ยวบินที่ WE 343
วันที่สอง  ชัยปุระ – บิคาเนอร์ (Bikaner)
0115 น.
เดินทางถึง ท่าอากาศยานชัยปุระ รับสัมภาระเรียบร้อยแล้วนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ โรงแรม “Ramada Hotel” หรือระดับเทียบเท่า ณ เมืองชัยปุระ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท” (Amber Fort)ซึ่งเดิมเคยเป็นพระราชวังของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่า สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่าชม “วัดเจ้าแม่กาลี” (Kali Temple)หรืออีกชื่อหนึ่งว่าวัดสิลาเดวี สร้างเพื่อถวายแด่เจ้าแม่กาลี  จากนั้นนำท่านชม “ซิตี้พาเลช” (City Place)ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุล ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ “เมืองบิคาเนอร์” (Bikaner)ในอดีตยังไม่มีเมืองบิคาเนอร์ บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของจุดศูนย์กลางการค้า หรือเรียบว่า “Mawar Land of the Dead”ซึ่งพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายตามเส้นทางสายไหม ยังต้องใช้ผ่านไปมา จึงมีโจรหลายก๊กยึดครองขยายอิทธิพลและคงยังไม่มีใครได้ครอบครองดินแดนแห่งนี้ จนกระทั่ง  เจ้าชาย “Rao Bika”แห่งแคว้นโยธปุระ หรือจ๊อดปูร์ ในปัจจุบัน ได้นำกองกำลังทหารมาต่อสู้กับเหล่าอันธพาลและหมู่กองโจร จนได้รับชัยชนะ จึงขยายเมืองออกมาและได้สร้างเมืองใหม่ในบริเวณนี้ ตั้งชื่อเป็นเมืองบิคาเนอร์ขึ้นมา (ระยะทางประมาณ 335กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) เมื่อเดินทางถึงนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “Laxmi Niwas Palace Hotel”หรือระดับเทียบเท่า 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่สาม บิคาเนอร์ – จัยแซลเมียร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะชม “ป้อมจูนนาการ์”(Junagarh Fort)หรือ ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพที่ดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ภายในป้อมใหญ่แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal, Phool Mahal, Karan Mahal และ Anoop Mahal
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังรับประทานอาหาร นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองจัยแซลเมียร์” (Jaisalmer)คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง”ตั้งอยู่บนที่ราบสูงกลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกำแพงสูงใหญ่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์ยามเย็น หินเหล่านี้ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตาซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “นครสีทอง” และด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ทำให้พ่อค้าในตระกูลดังๆ หลายๆคน ร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐี (ระยะทางประมาณ 330 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะชม “วิหารคาร์นีมาทา” (Karni mata Temple) หรือ วัดเทพเจ้าหนู สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 สร้างเพื่ออุทิศ ให้แด่หนูที่มีความเชื่อ ว่าเป็นเหล่าลูกหลานของเทพธิดา Karni mata ที่เป็นร่างอวตารของเทพธิดา Durga (เทพธิดาแห่งพลัง และชัยชนะ) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาฮินดู เมื่อเดินทางถึงเมืองจัยแซลเมียร์
นำคณะเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “Fort Rajwada Hotel”หรือระดับเทียบเท่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่สี่ จัยแซลเมียร์ (นครสีทอง)             
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางไปชมความสวยงามของ “ป้อมจัยแซลเมียร์” (Jaisalmer Fort)ป้อมปราการขนาดใหญ่ สร้างโดย “Bhatti Rajput rule Rawal Jaisal”ในปีค.ศ. 1156 บนเขาทิตรีกูฏ โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่ 2 ของรัฐราชสถาน ชมความสวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยมานานนับร้อยปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์โดยรอบ ชมคฤหาสน์ของเสนาบดีหลังแรกคือ Nathmal Ji Ki Haveli”สูง 5 ชั้น ที่สร้างโดย Lalu และ Hathi สองพี่น้องศิลปินและสถาปนิกเอก ที่สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อนและอีกหลังคือ Patwon ki Haveli”ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะไปชม “ทะเลสาบกาดซิซาร์” (Gadsisar Lake)โอเอซิสขนาดใหญ่ท่ามกลางทะเลทราย ซึ่งทะเลสาบนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยแซลเมียร์ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดเล็กๆ ในช่วงฤดูหนาวจะได้พบเห็นนกนานาชนิดโดยรอบทะเลสาบ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ทะเลทรายทาร์”ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 45 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใน จัยแซลเมียร์ สนุกสนานกับการ ขี่อูฐ ชม Sam Sand Dunesในยามเย็น ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “Fort Rajwada Hotel”หรือระดับเทียบเท่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่ห้า จัยแซลเมียร์ – จ๊อดปูร์ (นครสีฟ้า)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ “เมืองจ๊อดปูร์” (Jodhpur) เมืองโรแมนติก แห่งนครสีฟ้า เมืองจ๊อดปูร์ หรือชื่อในอดีตคือ เมืองโยธะปุระ นครแห่งนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราว Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathor(ระยะทางประมาณ 290 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง) เมื่อเดินทางถึงเมืองจ๊อดปูร์ นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ “Fairfield by Marriott Hotel”หรือระดับเทียบเท่า
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชม “ป้อมเมห์รานการห์” (Mehrangarh Fort)เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด รวมทั้งยังเป็นจุดชมวิวชมเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ป้อมเมห์รานการห์นี้ ภายในตกแต่งประดับประดาด้วยแก้วหลากสี แบ่งเป็นห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อาทิ ตำหนัก Moti Mahal, Sheesh Mahal, Phool Mahal จากนั้นนำท่านเข้าชม “อนุสรณ์สถานจัสวันต์ธาดา” (Jaswant Thada)สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 โดยสร้างจากหินอ่อน โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงประตูและเสาที่แกะสลักได้อย่างละเอียดงดงาม เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ สิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh ll) หลังกจากที่พระองค์เสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี ปัจจุบันอนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมสไตล์ราชปุตนาอันโดดเด่น และมักได้รับการขนานนามว่าเป็นทัชมาฮาลแห่งเมืองมาร์วาร์ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “Fairfield by Marriott Hotel”หรือระดับเทียบเท่า 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่หก จ๊อดปูร์ – อุไดปูร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองอุไดปูร์” (Udaipur)  (ระยะทางประมาณ290 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6-7ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะชม “เมืองรานัคปูร์” (Ranakpur ) นำท่านชม “วิหารเชน” (Jain Temple)เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง  1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักลวดลายอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตรทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางถึงเมืองอูไดปูร์ เช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “The Fern Residency Hotel”หรือระดับเทียบเท่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่เจ็ด อุไดปูร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า  ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม “วัดจักดิศ” (Jagdish Temple)เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุไดปูร์ และเป็นที่เคารพสักการะสำหรับชาวเมืองอุไดปูร์เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1651 จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของที่ระลึก ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สวน Saheliyon Ki Bari”ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยมหารานาซันแกรมซิงห์ที่ 2 (Maharana Sangram Singh ll) เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงในช่วงฤดูร้อน ภายในสวนตบแต่งไปด้วยต้นไม้หลากหลายนานาชนิดพันธุ์ โดดเด่นด้วยน้ำพุที่สร้างความเย็นฉ่ำให้บริเวณข้างเคียง ชมความงามของสระบัวที่กว้างใหญ่ บริเวณภายในสวนยังมีห้องนั่งเล่นที่ประดับประดาไปด้วยแก้วและหินสีงดงามมาก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม “ซิตี้ พาเลช” (City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม ออกเดินทางต่อสู่เมืองอุไดปูร์ เมื่อเดินทางถึงนำท่าน “ล่องเรือในทะเลสาบพิโคลา” (Pichola Lake)ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบในยามเย็น ทะเลสาบนี้มีความกว้าง 3 กม. ยาว 4 กม. มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas และ Jag Mandir เกาะ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ The Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh ll เมื่อปี 1743 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวไปเรียบร้อยแล้ว
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “The Fern Residency Hotel”หรือระดับเทียบเท่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันที่แปด อุไดปูร์– ชัยปุระ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองชัยปุระ”หรือนครแห่งชัยชนะ เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถาน ได้รับการออกแบบวางผังเมืองอย่างสวยงาม เป็นเมืองที่สร้างขึ้นใหม่โดยท่านมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่2 เมืองชัยปุระ ได้รับสมญานามว่า “นครสีชมพู” (Pink City)เพราะเมืองถูกทาสีชมพูเพื่อต้อนรับการเสด็จมาเยือนของ Prince of Waleซึ่งต่อมาคือ King Edward VIIแห่ง สหราชอาณาจักร (ระยะทาง 390 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7ชั่วโมง)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านออกเดินทางต่อสู่เมืองชัยปุระ
เมื่อถึงเมืองชัยปุระ ชม “หอดูดาวจันทราแมนทาร์” (Jantar Mantar)สร้างในปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชาใจสิงห์ พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์นักดาราศาสตร์ จึงทรงสร้างหอดูดาวและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ไว้มากมาย เรียกว่า Jantar Mantar ชม นาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร ที่ยังเที่ยงตรงอยู่เสมอ จากนั้นเดินทางสู่ ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) “พาเลซออฟวินด์”หรือ พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาไสวชัยสิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง คำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู และนำท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองจัยปูร์กันตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเมืองชัยปุระ
วันที่เก้า  กรุงเทพฯ
0215 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI SMILE   เที่ยวบินที่ WE 344
0815 น.
คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 
อัตราค่าบริการ
อัตราค่าบริการ เดินทางขั้นต่ำ 7 ท่าน เดินทางขั้นต่ำ 15 ท่าน
ราคาท่านละ 58,900 บาท 49,500 บาท
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 9,500 บาท 9,500 บาท

*ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม*

อัตราค่าบริการรวม
  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินสายการบินไทย สมายล์ (Thai Smile) ไป-กลับชั้นประหยัด (Economy Class)Bangkok– Jaipur//Jaipur – Bangkok
  • ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุในรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน) โรงแรมระดับสี่ดาว
  • ค่าภาษีสนามบินไทย-อินเดีย
  • ค่าวีซ่าประเทศอินเดีย
  • อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ พร้อมน้ำดื่มสะอาดตลอดการเดินทาง
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน ท่านละ 1,000,000 บาท
  • ค่าทิปคนขนกระเป๋า คนขับรถ พร้อมผู้ช่วย ไกด์ท้องถิ่น       
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม   
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือคนต่างด้าว
  • ค่าภาษีท่องเที่ยวหากมีการจัดเก็บ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่ากล้องถ่ายรูป และค่ากล้องวีดีโอ หากจะนำไปถ่ายภาพภายในสถานที่ สำคัญ ซึ่งทางหัวหน้าทัวร์จะแจ้งให้ทราบ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ท่าน สั่งมาทานนอกเหนือจากรายการ
  • ค่ามินิบาร์ โทรศัพท์ ฯลฯ  ในโรงแรม
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทยที่เดินทางไปกับคณะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทาง