Bhutan
  • Program
SPECIAL BHUTAN
5 วัน 4 คืน
บริการพิเศษ ของเรา
  • เรานิมนต์พระรินโปเชให้ศีลและพรแด่ท่านพร้อมทั้งรับของที่ระลึกจากมือท่านรินโปเช (รินโปเช คือพระที่ได้รับการพิสูจน์ว่ากลับชาติมาเกิดและได้รับความเคารพนับถือเป็นอย่างมากจากชาวภูฏาน)
  • รถขนกระเป๋าบริการและเช็คอินให้ก่อนโดยที่ท่านไม่ต้องรอ
  • ระบำพื้นเมืองและระบำหน้ากาก
  • อาหารเสริมจากเมืองไทยอย่างน้อยมื้อละ 1อย่าง
  • อาหารแต่ละมื้อจะมีเนื้อสัตว์อย่างน้อย 2อย่างยกเว้นที่วัดชิมิและบนเขาตั๊กซัง
  • ทุกมื้อเช้าเราจัดเตรียมข้าวต้มและเครื่องเคียงสำหรับท่าน
  • น้ำดื่มวันละ 3ขวด
  • บริการชา กาแฟหลังอาหารเที่ยงหรือเย็นวันละ 1ครั้ง
  • รวมค่าม้าขึ้นวัดตั๊กซัง
วันแรกของการเดินทาง                      กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู
0450 น.    พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 เคาน์เตอร์ Wสายการบินดรุ๊กแอร์ 
0650น.   ออกเดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB141
1010น.   (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ช.ม.)  ถึง สนามบินพาโร (Paro International Airport)  เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ที่มีภูมิประเทศเหมาะที่สุดในการก่อสร้างสนามบินของภูฏาน  เพลินชมอาคารที่พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม อันมีเอกลักษณ์ทางศิลปที่น่าทึ่ง ด้วยการใช้วัสดุเป็นเครื่องไม้ เข้าสลักเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้ตะปู  ประดับลวดลายด้วยสีสันของภาพจิตรกรรม  และการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง  ส่วนที่เป็นหลังคาจะใช้การซ้อนแผ่นไม้ แล้วทับไว้ด้วยก้อนหินใหญ่เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและหิมะตก ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินงุลดรัม (Ngultrum) ที่สนามบินพาโร จากนั้นนำเดินทางด้วยรถมินิบัสเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีบนเทือกเขาหิมาลัย 
จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร  (Paro National Museum) ซึ่งกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3  ผู้เป็น“บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” ได้รวบรวมศิลปวัตถุเก็บไว้ใน “ป้อมกลมหอรบโบราณ” หรือ “ตาซอง”(Ta Dzong) (ที่สร้างขึ้นตั้งแต่พ.ศ.2192ร่วมสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา) พระองค์ได้จัดทำป้อมกลมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ป้อมโบราณเสียหาย  จึงได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ขึ้นมาแทนที่  ชมหน้ากากที่ใช้สวมแสดงในงานเทศกาลสำคัญจากทั่วประเทศ  ชมงานพุทธศิลป์ของการทำผ้าพระบท (ตังกา)  ภาพแผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธนิกายวัชรยาน (มันดาลา)   เครื่องแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ อาวุธ  เครื่องดนตรี  คัมภีร์ทางศาสนา  ความรู้ทางชีววิทยาบนเทือกเขาหิมาลัย  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม“พาโร ซอง”  ( Paro Dzong) ที่สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำพาชู  เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของชาวภูฏาน
เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Olathangโรงแรมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ ราชอาคันตุกะ ในสมัยที่ภูฏานเปิดประเทศสู่ชาวโลกจากนั้นนำท่านเดินทางด้วยรถมินิบัส สู่ เมืองหลวงทิมพู (Thimphu)(ระยะทาง65 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ช.ม.) ผ่านชมทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศ เข้าสู่เขตช่องเขาตามแนวแม่น้ำพาชู แวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช (Tamchoe Monastery)ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ในศตวรรษที่15ชื่อThangtong Gyalpo ที่ เดินทางมาจากทิเบตเพื่อต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านได้คิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก (มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์พาโร)  นำเดินทางต่อไปผ่านชมเจดีย์สามองค์ริมฝั่งแม่น้ำ  ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชู  ที่บริเวณด่านชูซอม (Chuzom)  เดินทางต่อท่ามกลางทิวทัศน์แสนสวยแปลกตาสู่นครหลวงทิมพู ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,350 เมตร  (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองมรดกโลกลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน(แชงกรีลล่า) 3,300 เมตร) นำชมจุดชมวิวบนเขาเหนือเมืองทิมพู  ชม  “ลุงตะ” หรือ “ ธงมนต์”ที่พลิ้วไสวตามลมเหนือลำน้ำทิมพู และ“ทิมพู ซอง(Thimphu Dzong)”ที่เป็นทั้งพระราชวัง ทำเนียบรัฐบาล และตำหนักพระสังฆราชแห่งนิกายนิงมาปาของ
หลังจากนั้นนำเข้าชมภายใน“ทิมพู ซอง”Thimpu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า  “ตาชิโช ซอง”(Tashicho Dzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการที่ตั้งของสำนักพระราชวัง   และทำเนียบรัฐบาล มีห้องทำงานมาก กว่า 100ห้อง   ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์  ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมผาผนัง  และผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ  “พระปัทมสัมภวะ”  หรือ  “พระปทุมสมภพ” (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน
จากนั้นเชิญท่านร่วมทำบุญในแบบภูฏานพร้อมทั้งรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ระดับรินโปเช ซึ่งเชื่อว่ามีการกลับชาติมาเกิดหลายครั้งเพื่อปฏิบัติพุทธบารมี
นำชมนาฏศิลป์ภูฏานในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และ ชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศ
ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคารสุโขทัย
นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Phuntsho Pelri  หรือ เทียบเท่า
วันที่สองของการเดินทาง                             ทิมพู –ปูนาคา 
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห่้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้า นำแวะชมวิวบนเนินเขา Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง  Big  Buddhaสูง51.50เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดีย จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา“โดชูลาพาส” ( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,145 เมตร นำชมสถูป  “ดรุค วังเกล”  (Druk  Wangyel Chorten) หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ ดอร์จิ  วังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์108องค์และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้นหลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย    ขอเชิญทุกท่านแวะชิมชา กาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา  ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้นนำเดินทางข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆ   สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได
เที่ยง     รับประทานอาหารกลางวัน ณ Zhingkham 
จากนั้นนำเข้าสู่วัดชิมิ (Chimi Lhakhang)  หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่านDrukpa Kuenley นักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Templeและยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย  ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง”   ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทำพิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ  จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ***(ท่านที่มีความประสงค์จะเดินไปนมัสการและขอพรที่วัด ชิมิ จะมีไกด์พาไปถึงที่วัด ใช้เวลาเดินถึงวัดประมาณ 30นาที)
จากนั้นนำเดินทางโดยรถมินิบัสเลาะเลียบแม่น้ำ Puna Tsang Chhu  เข้าสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha) ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร  และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู     ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว   (เดือน พ.ย.- เม.ย.)  ปูนาคาจึงเปรียบเสมือน  “เมืองหลวงฤดูหนาว”  (Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น “ เมืองหลวงฤดูร้อน ”(Summer Capital)และเป็นเมืองหลวงทางราชการ นำท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง” (Punakha Dzong)  ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด   เป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล  ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน  เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17  ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน )  ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ  ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง  มหาธาตุเจดีย์ หอพระ โบสถ์   วิหาร  กุฏิพระลามะ  ที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง  มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า  6,000 รูป   แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง   เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า  “ปูนาคา   ซอง”   มีตำนานเป็นพุทธทำนายโดย  “คุรุริมโปเช” หรือท่าน “คุรุปัทมสัมภวะ”ว่า ณ ที่แห่งนี้ จะมีบุรุษนาม  “นัมเกล”   มาสร้างป้อมปราการเป็นสังฆมณฑล(ซอง) ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าภูเขารูปงวงช้างที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน  ซึ่งคำทำนายนั้นได้กลายเป็นความจริง   เมื่อท่านซับดรุง  งาวัง  นัมเกล  พระลามะผู้ที่ได้นำพระบรมสารีริกธาตุจากทิเบตเข้ามาประดิษฐานในภูฏาน และได้สร้าง “เซอรี่ดอร์จีซอง”และ“ซิมโทกา ซอง”ในบริเวณช่องเขาเมืองทิมพู  เพื่อใช้เป็นสำนักเพื่อการประกาศศาสนา  ในปีพ.ศ.2163และพ.ศ.2172ตามลำดับ หลังจากนั้นจึงมาสร้าง“ปูนาคา ซอง”ขึ้นในปีพ.ศ.2182  ณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)ที่รวมกันเป็นแม่น้ำ ปูนาซัง   ซึ่งในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งสำนักของนักบวชโยคีมาก่อน  ท่านได้รับแรงศรัทธาอย่างมากมาย จึงได้รับยกย่องให้เป็น “ซับดรุง” หมายถึง “ ผู้พิชิตที่ศัตรูจะต้องสยบแทบเท้า”จากนั้นก็ได้สร้าง “ตาชิโช  ซอง” ที่ทิมพูอีกหนึ่งแห่งในปีพ.ศ.2184  แล้วก็ได้ประกาศการเป็นพระสังฆธรรมราชาเพื่อการเผยแผ่ศาสนานิกายนิงมาปาหรือดรุ๊กปาและได้รวมชาติของชนเผ่าต่างๆจนเกิดเป็นราชอาณาจักรภูฏานในเวลาต่อมา 
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก  Zhingkham Resort หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง                     ปูนาคา – ทิมพู  - พาโร
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางข้ามเทือกเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงาม  กลับสู่เมืองหลวงทิมพู แวะพักผ่อนอิริยาบท ดื่ม ชา กาแฟ ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธงมนต์สะบัดตามแรงลม และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาบนยอดเขาตามความเชื่อของชาวภูฏาน  ที่โดชูลาพาส (Dochula Pass)  จากนั้นเดินทางผ่านช่องเขาเข้าสู่ ทิมพู  แวะชมซิมโทกาซอง(Simtokha Dzong)ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ  ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษา“ซองคา”ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ  และใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาสำหรับสามเณรลามะ   ขอเชิญชมความเก่าแก่ของวัด  สักการะพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ภายในโบสถ์  
เที่ยง    รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารสุโขทัย
บริษัทได้จัดเตรียมชุด  “ คีรา”  และ  “โค”   ชุดประจำชาติของภูฏาน   ให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู นำชมอนุสรณ์สถาน  Memorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  กษัตริย์องค์ที่3  หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ (King of Modernization)ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปีค.ศ.1952 – 1972  ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์  กาย วาจาและใจ   ของพระพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ(หากรายการทัวร์ไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์  จะนำผ่านชม ไปรษณีย์ทิมพู  หากตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์  จะนำท่านชม ตลาดนัดพื้นเมือง Weekend Market) ภูฏาน จากนั้นนำท่านเดินทางไปชมสวนสัตว์พื้นเมือง  ชมตัว “ทาคิน” สัตว์ประจำชาติของภูฏาน  (National Animal of  Bhutan)เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว  ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑลเสฉวนของจีนเท่านั้น  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง พาโร  
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
พัก ณ Hotel Olatang หรือ เทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง                               พาโร
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
หลังอาหารเช้านำท่าน เดินเท้า(หรือขี่ม้า)ขึ้นสู่ยอดเขา  ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง  ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000เมตร ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายาน  ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก  ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของวัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง  ดื่มชากาแฟที่จุดชมวิวTaktshang Cafeในช่วงที่1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน)   จากนั้นท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง(เดินประมาณ2ช.ม.)เข้าสู่วัดตั๊กซัง(Taktshang Lhakhang) หรือวัดถ้ำเสือซึ่งเป็นวัดถ้ำ13วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ  นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์1ใน10ของโลก  และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต    ....ตามตำนาน ที่เชื่อกันว่า ถ้ำเสื้อหรือรังเสือ(Tiger Nest)แห่งนี้คือสถานที่ๆ กูรู ริมโปเช หรือท่านปัทมสัมภวะ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งคำสอนแบบ วัชรญานตันตระที่เดินทางโปรดสัตว์มาจากทิเบต ได้ขี่นางเสือ(หมายถึงศัก-ติ หรือพลังปัญญาจากเพศหญิงที่แปลงสภาพเป็นนางเสือ) ขึ้นไปสร้างสมบุญบารมีนั่งวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำนานถึง3เดือน  ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคำสอนสู่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนาสู่ดินแดนพุทธภูมิภูฏาน ในพุทธศตวรรษที่12การเดินขึ้นไปถึงวัดตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล 
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café
หลังจากกลับลงจากวัดตั๊กซังนำท่านเดินทางสู่ “วัดคิชู   (Kichu Temple)”  อายุ1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน  ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต  ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป  ที่ชาวทิเบตยกย่องว่า  เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต และโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย  โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้  จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์  (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง วัดจัมเบสร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) นำเข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้าพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ  “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี    ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด  เพลิดเพลินชมวิวกว้างไกลของเทือกเขาหิมาลัย มองเห็นยอดเขาจูโมฮารี  สูงที่สุดในภูฏาน 7,340เมตร  ( จูโมฮารีจะเห็นได้เมื่ออากาศสดใสในฤดูหนาว  ) 
ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
Hotel Olatang หรือ เทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง                        พาโร  – กรุงเทพฯ
เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย  
จากนั้นนำเดินทางสู่สนามบินเมืองพาโร
11.00 น.   ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB120
16.10 น.   ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ:
* รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นหลัก
** วังดีโพดรางซอง ปิดซ่อมแซมเนื่องจากเกิดไฟไหม้จึงละเส้นทางเยี่ยมชมนี้
อัตราค่าบริการ ท่านละ
วันออกเดินทาง
พักห้องคู่
พักเดี่ยว(เพิ่ม)
18 – 22 มกราคม 2561
9 – 13 กุมภาพันธ์ 2561
49,900บาท
7,900 บาท
15 – 19 มีนาคม 25601
13 – 17 เมษายน 25601
29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2561
3– 7พฤษภาคม 2561
5 – 9 พฤษภาคม 2561
55,999บาท
7,900 บาท
8 – 12 กรกฎาคม 2561
26 – 30 กรกฎาคม 2561
9 – 13 สิงหาคม 2561
12 – 16 สิงหาคม 2561
49,900 บาท
7,900 บาท
19 – 23 ตุลาคม 2561
55,999บาท
7,900 บาท
 
หมายเหตุ
-ออกเดินทางเดินทาง  15 ท่านขึ้นไป
-ราคานี้ไม่รวม ทิป ไกด์(ภูฏาน) ,คนขับ ,รถกระเป๋า,และเจ้าหน้าที่ชาวภูฏานที่คอยให้บริการ    ตลอดการเดินทาง ท่านละ 30 USDต่อทริป ต่อท่าน
- ทิปหัวหน้าทัวร์ที่เดินทางและให้บริการ 300 บาท ต่อทริป ต่อท่าน