Grand Iran_NSIRAN01

(0 votes)
ทัวร์อิหร่าน: NSIRAN01 เตหะราน - ยาร์ด - ชีราส - อิศฟาฮาน - คาซาน 
เดินทาง: เดินทาง ระหว่างวันศุกร์ ที่  25 พฤศจิกายน –วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2559
ราคา: 81,900 บาท

  • Program
  • Price
 
GRAND IRAN TOUR PROGRAM
นำท่านเดินทางเยือนหนึ่งใน อาณาจักรเปอร์เซีย ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต
ประเทศอิหร่าน
เดินทาง ระหว่างวันศุกร์ ที่  25 พฤศจิกายน –วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2559
 
วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2559                             กรุงเทพฯ-เตหะราน 
1900 น.
คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ณ เคาน์เตอร์สายการบินมาฮาน แอร์ ชั้น 4ประตูทางเข้าที่ 8แถว S โดยมีเจ้าหน้าที่ของ      บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทางคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ณ เคาน์เตอร์สายการบินมาฮาน แอร์ ชั้น 4ประตูทางเข้าที่ 8แถว S โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง
2050 น.
ออกเดินทางสู่ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5-050 (ใช้เวลาบินประมาณ 7.30ชม./รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่องบิน)
วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2559                                เตหะราน
0230 น.
(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินนานาช่าติ อิหม่ามโคไมนี่ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน (สุภาพสตรีกรุณาใช้ผ้าคลุมผมด้วยค่ะ)
นำคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ออกเดินทางโดยรถโค้ชเข้าสู่โรงแรมที่พัก ในกรุงเตหะราน เช็คอิน ณ โรงแรม  Azadi Parsian Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
1000 น.
นำคณะเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมที่พัก
(โปรดเตรียมกระเป๋าเล็กพร้อมสัมภาระสำหรับพักค้างคืน 1 คืนที่เมืองราชท์ Rasht ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะฝากไว้ที่โรงแรม)
นำท่านเที่ยวชมความสวยงามของ กรุงเตหะราน (Tehran) เมืองหลวงของประเทศอิหร่าน ตั้งอยู่ ทางด้านทิศใต้ของเทือกเขาอัลโบร์ช ที่พาดผ่านจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000เมตร สร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.900จากเดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ และได้ถูกพัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองอีกทั้งมีการตกแต่งปลูกต้นไม้ให้ดูสวยงามมาโดยตลอดทุกรัชสมัย
ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่าน (National Museum)ซึ่งเปิดมาแล้วกว่า 70 ปี ไม่ใช่เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกที่มีโบราณวัตถุหลายยุคหลายสมัยจัดแสดงไว้ที่นี่มากกว่า 300,000 ชิ้น จึงเป็นสถานที่ที่ นักท่องเที่ยวจากต่างแดนจะได้เริ่มต้นทำความรู้จักกับคนอิหร่านและความมาของอดีตอาณาจักรเปอร์เซีย
1230 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารท้องถิ่น)
หลังอาหารกลางวัน นำท่านชมพระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace)ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งหลังการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคไมนี  พระราชวังแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ ถูกปล่อยทิ้งร้างอย่างน่าอัปยศอดสูเช่นเดียวกับพระราชวังแห่งอื่นๆ  เพิ่งจะมีการบูรณะเมื่อเริ่มเปิดประเทศอีกครั้งหนึ่งราวๆ ห้าปีที่ผ่านมานี่เอง  อย่างไรก็ตาม วังแห่งนี้ก็ยังคงความงดงามในการตกแต่งภายในด้วยกระจกเงา
ตัดเหลี่ยมแบบเดียวกับเพชร และการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องเคลือบที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์  ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวังแห่งนี้ก็ด้วยกษัตริย์องค์หนึ่งของราชวงศ์กอญัรคือ Nasser Al-Din Shah (1848-1896) โปรด          ให้สร้างและตกแต่งวังแห่งนี้ในศิลปะแบบยุโรปจากพระราชวังโกเลสตานใจกลางกรุงเตหะราน
นำคณะเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมห์ราบัด (Mehrabad Airport) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ชานกรุงเตหะรานทางด้านตะวันตกเฉียงใต้
1645 น.
ออกเดินทางสู่เมืองราชท์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสายแคสเปี้ยน โดยสายการบินอิหร่านอเซอร์มันเที่ยวบินที่ EP 844 ทะเลแคสเปียน เป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป มีเนื้อที่ผิวน้ำประมาณ 371,000 ตารางกิโลเมตร และจุดลึกที่สุดลึกประมาณ 980เมตร มีลักษณะร่วมของทั้งทะเลและทะเลสาบบางครั้งจึงได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลแคสเปียนเป็นพรมแดนของประเทศรัสเซีย ประเทศอาเซอร์ไบจาน ประเทศอิหร่าน ประเทศเติร์กเมนิสถาน และประเทศคาซัคสถาน
1745 น.
เดินทางถึงเมืองราชท์ นำคณะเข้าสู่ภัตตาคาร
1900 น.
รับประทานอาหารค่ำ
นำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก  ณKadus Hotel
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2559                        ราชท์ – หมู่บ้านมาซูเล่ห์ – กรุงเตหะราน                            
0700 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
หลังอาหารเช้านำคณะเดินทางขึ้นสู่ เทือกเขาอัลโบร์ซอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านโบราณที่ชื่อ “มาซูเล่ห์” (Masuleh Village) ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน จะมีทัศนียภาพที่งดงามเป็นพิเศษไม่แพ้ในยุโรปหรือเกาหลีและแม้กระทั่งญี่ปุ่น ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อที่สุดของอิหร่านในฤดูใบไม้ร่วง  ตัวหมู่บ้านมาซูเล่ห์เองก็สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาและแมกไม้ แต่ก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เพราะตัวหมู่บ้านนั้นขึ้นไปวางแหมะอยู่บนช่วงกลางระหว่างไหล่เขาอย่างพอดิบพอดี
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารใกล้หมู่บ้านมาซูเล่ห์
บ่าย
นำคณะเดินทางกลับสู่กรุงเตหะรานโดยทางรถยนต์ ซึ่งจะผ่านทั้งย่านภูเขา ทุ่งเกษตรรอบๆ ทะเลสาบแมนจิลที่ปลูกมะกอกกันอย่างเอิกเกริก และผ่านอดีตเมืองหลวงในยุคต้นของราชวงศ์ซาฟาวิดนั่นคือเมืองก๊าซวิน จนกระทั่งกลับเข้าสู่เตหะรานอีกครั้งหนึ่ง
1930 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในเมืองเตหะราน
หลังอาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ  Enghelab Hotelระดับ 5 ดาว 
วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2559                                      เตหะราน – ยาซ์ด
0730 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0830 น.
นำคณะออกเดินทางสู่ตอนเหนือของกรุงเตหะรานซึ่งติดกับเชิงเขาอัลโบร์ซ เพื่อนำท่านเข้าชมพระราชวังเนียวาราน(Niavaran Palace)ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วยตัวตึกหลายแห่งรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 19ยุคของกษัตริย์นาเซียร์ อัล ดินชาห์แห่งราชวงศ์กอจาร์ ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ต่อมาได้ถูกสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในปี ค.ศ.1968อดีตเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์ทั้งสองพระองค์แห่งราชวงศ์ ปาห์เลวีของอิหร่าน ก่อนที่จะถูกปฏิวัติโดยอะยาตุลเลาะห์โคไมนีเมื่อต้นปีค.ศ.1979  พระราชวังแห่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่คณะปฏิวัติอ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ของตะวันตกที่มีอำนาจเหนือกษัตริย์ชาห์ และยังแสดงถึงความฟุ้งเฟ้อของราชวงศ์อย่างชัดเจนที่สุดแต่บางส่วนก็บอกว่าเป็นสิ่งบ่งบอกความเจริญรุ่งเรืองและทัน สมัยของประเทศอิหร่านซึ่งไม่น้อยหน้าชาติตะวันตก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิหร่านที่มีชื่อเสียงคือโมห์เชน โฟโรกี
เที่นง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองคาชาน
บ่าย
นำท่านชมกรุอภิมหาสมบัติที่ พิพิธภัณฑ์อัญมณี (Jewelry Museum) ซึ่งอยู่ในห้องนิรภัยของธนาคารกลางCห่งชาติอิหร่านใจกลางกรุงเตหะราน  ที่นี่คือที่เก็บรวบรวมอัญมณีจากทุกยุคทุกสมัย ของกษัตริย์ทุกราชวงศ์ที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซีย (ยกเว้นราชวงศ์แรก)จนกระทั่งกลายมาเป็นประเทศอิหร่านในปัจจุบันที่มีจำนวนมากมายที่สุด อลังการที่สุดในโลกคนส่วนใหญ่มักใฝ่ฝันที่จะได้มาชมเพชรสีชมพูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกน้ำหนัก 182 กะรัตและบัลลังก์นกยูงอันลือชื่อ ซึ่งความจริงแล้วยังมีสิ่งมีค่าอื่นๆ อีกเหลือคณานับรอท่านอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
1930 น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมห์ราบัด (Mehrabad Airport) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
2055 น.
ออกเดินทางสู่เมืองชีราส โดยสายการบินอิหร่านแอร์เที่ยวบินที่ IR 298
2205 น.
เดินทางถึงเมืองชีราส นำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ “Pars Hotel” หรือ เทียบเท่า
วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน 2559                                       เมืองชีราส
0700 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
นำท่านชมมัสยิดสีชมพู (Nasir-Ol Molk)ซึ่งเป็นมัสยิดที่สวยงามแปลกตามาก เพราะประดับไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง-ชมพู-เหลือง เป็นสีหลัก ไม่ว่าท่านจะมองจากมุมไหนของมัสยิดแห่งนี้ก็ดูสวยงามอ่อนหวาน ซึ่งไม่เหมือนมัสยิดแห่งใดเลย จากนั้นนำท่านเที่ยวชมคฤหาสน์ โบราณ(Naranjestan-e Ghavam) ซึ่งมีอายุมากกว่า 125 ปี โดยก่อสร้างในสมัยราชวงศ์กอญัร ระหว่างปี 1879-1886 ที่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมโบราณประจำยุคกอญัรเลยทีเดียว ซึ่งท่านจะได้เห็นทั้งตัวคฤหาสน์และรูปแบบของสวนเปอร์เซียที่ร่มรื่นและสวยงามในเวลาเดียวกันอีกด้วย
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำชม อนุสรณ์สถานของท่านศาสนจารย์อาลี อิบบิน(Imamzadeh ye Ali Ebn-E Hamze)ที่ตกแต่งสวยงาม ด้วยกระจกเงาตัดเหลี่ยมแบบเพชร ที่ระยิบระยับ ภายใต้โดมประธาน ที่มีรูปทรงสวยงามเช่นเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวมุสลิม ให้ความเคารพอย่างยิ่ง การเข้าชมสถานที่แห่งนี้ ต้องถอดรองเท้า และแยกประตูระหว่างหญิง-ชาย ทั้งเข้าและออก และสุภาพสตรี ต้องรับผ้าคลุมยาวจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลุมศีรษะลงมาจรดเท้า จากนั้นเดินเยี่ยมชม และคารวะ อนุสรณ์สถานของท่านฮาเฟซ(Aramgah – E Hafez) นักปรัชญาเมธีของเปอร์เชียแห่งเมืองชีราช ในยุคศตวรรษที่ 12 อนุสรณ์ของท่าน สร้างในปี 1773 โดยท่านการิมข่านแห่งราชวงศซัน ภายในสวนสวยขนาดเล็กแห่งนี้คราคร่ำไปด้วยชาวอิหร่านจากต่างเมือง และชาวเมืองชีราซเองซึ่งล้วนแต่ต้องหาโอกาสมาคารวะสถานที่แห่งนี้เสมอ จากนั้นชม ป้อมการิมข่าน(Karim Khan Citadel) หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า “Ark-E Karim Khan” สร้างโดยท่านการิมข่านแห่งราชวงศ์ซันในช่วงที่ท่านสถาปนาเมืองชีราช ให้เป็นเมืองหลวงของอณาจักรเปอร์เชียในช่วงปี ค.ศ 1750-1795 ผนังของป้อมแห่งนี้สูงถึง 14 เมตร สร้างด้วยอิฐ เรียงให้เป็นลายสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์นำท่านเดินจากป้อมการิมข่านไปชมตลาดวาคิล บาซาร์ (Vakil Bazaar)ที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งบาซาร์แห่งนี้เป็นตลาดคู่บ้านคู่เมืองที่มีหลังคาคลุมขนาดใหญ่ใจกลางเมืองชีราซ โครงสร้างของบาซาร์ก่อด้วยอิฐแดงแบบเรียงชิ้นมีหลังคาเป็นทรงโดม ติดต่อกันหลายร้อยเมตร และในบาซาร์แห่งนี้ประกอบไปด้วยสิ้นค้า มากมาย ให้จับจายใช้สอย ผู้คนคึกคักตลอดทั้งวัน ท่านสามารถ หาของฝาก  จากตลาดแห่งนี้ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ ของกิน มากมาย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ  “Pars Hotel”ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า ณ เมืองชีราช
นพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน 2559                         ชีราซ-เปอร์ซีโปลิส-นัคเชรอสตัม-อิศฟาฮาน
0700 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
ออกเดินทางสู่พระราชวังโบราณ “เปอร์ซีโปลิส (Persepolis)” ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองชีราซขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียขึ้นเมื่อปี 559ก่อนคริสตกาล(พระราชวังแห่งแรกคือพาซากาดสร้างโดยกษัตริย์ไซรัสมหาราช)เริ่มสร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราช ในปี 512ก่อนคริสตศักราช  หลังจากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอีก 5รัชกาลต่อมา แต่ก็ยังไม่เคยเสร็จสมบูรณ์  จนกระทั่งมาถูกยึดครองและเผาทำลายอย่างย่อยยับโดยกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งอาณาจักรกรีซในปี 330ก่อนคริสตศักราช  แต่กระนั้นก็ตาม พระราชวังแห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ตลอดกาลทั้งความใหญ่โตโอฬารของตัวพระราชวังและความอลังการทางด้านสถาปัตยกรรม ในเวลา 2  ชั่วโมงของการเที่ยวชมพระราชวังเปอร์ซีโปลิสแห่งนี้
เที่ยง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
นำท่านแวะชม  สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระราชวังเปอร์ซีโปลิส   ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 10กิโลเมตรเท่านั้น  นั่นคือ นครหลังความตาย “นัค-เช รอสตัม(Naqsh-e rostam)” หรือ สุสานสี่กษัตริย์ นั่นเองที่นี่เป็น สุสานของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์อะคามินิดที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียและเคยเป็นที่ประทับที่พระราชวังปอร์ซีโปลิสก่อนที่จะสวรรคต แต่ด้วยความเชื่อตามหลักคำสอนของศาสนาโซโรแอสเตอร์ว่า หลังจากสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษยโลกแล้วชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่จะต้องไปสู่อีกโลกหนึ่งในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องสร้างสุสานแห่งนี้ให้มีความยิ่งใหญ่อลังการเช่นเดียวกับพระราชวังที่กษัตริย์เหล่านั้นเคยประทับมาก่อน และที่ไม่ธรรมดาก็คือ  เป็นสุสานที่ขุดเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหินซึ่งอยู่สูงจากพื้นถึง 20เมตรและยังมีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความงดงามอีกด้วยได้เวลาพอสมควรแล้วนำท่านเดินทางกลับ สู่เมืองอิศฟาฮาน(Esfahan) เมืองหลวงของจังหวัดอิศฟาฮาน  และยังเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เชียในศตวรรษที่ 16-18ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เชียรุ่งเรือง สูงสุดอีกยุคหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการค้าขาย และเมืองอิศฟาฮาน เองก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดถึง 500,000คน
ค่ำ
 รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พัก ณ  Aliqapu Hotelหรือ ระดับ 4ดาว ในเมืองอิศฟาฮาน หรือเทียบเท่า
วันพฤหัสบดี ที่  1 ธันวาคม 2559                อิศฟาฮาน-มัสยิดอิหม่าม-พระราชวังอะลีคาปู-สะพานคาจู
0800 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0900 น.
เข้าชม “พระราชวังเชเฮลโซตุน(Chehel Sotun Palace)” สร้างในปี ค.ศ.1614 สมัยชาห์อับบาสที่ 1 มาแล้วเสร็จในปี1647 สมัยกษัตริย์ชห์อับบาสที่2เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและงานสังสรรค์ต่างๆ  โดยเลียนแบบสถาปัตยกรรมในแบบอะคามินิดซึ่งเป็นยุคแรกของเปอร์เซีย แต่ใช้เสาคอลัมน์เป็นเสาไม้แทนหิน  มีเสาไม้สูงที่โถงด้านหน้า 20ต้นซึ่งทอดเงาลงไปบนผืนน้ำที่ใสนิ่งในสระซึ่งอยู่ด้านหน้าวัง  นับทั้งต้นเสาจริงและเงาที่สะท้อนอยู่ในผืนน้ำอีก 20 ต้นรวมเป็นเสา40ต้นตรงตามความหมายของชื่อพระราชวัง  ในห้องโถงด้านในของเชเฮลโซตุน มีภาพเขียนแบบเฟรสโกขนาดใหญ่หลายภาพที่มีชื่อเสียงโดยฝีมือของศิลปินประจำยุคซาฟาวิด  ส่วนรอบๆ ตัววังนั้นร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ใหญ่น้อยที่อยู่รายรอบ  จึงถือเป็นต้นแบบของสวนแบบเปอร์เซียที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
จากนั้นนำท่านเดินไปยัง “จัตุรัสอิหม่ามหรือนัคชิญะฮาน (Naqshe Jahan Square)” ที่อยู่ใกล้กันชื่อจตุรัสแห่งนี้มีความหมายว่า “รูปแบบแห่งโลก” สร้างขึ้นในปี 1602 โดยกษัตริย์ ซาห์อับบาส ที่ 1 นับเป็นจัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากจัตุรัส เทียนอันเหมิน ที่กรุงปักกิ่ง ด้วยขนาดความกว้าง 163 เมตร และยาว 512 เมตร โดยมีอาคารร้านค้าและสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวของยุคซาฟาวิดอยู่รายรอบจัตุรัสทุกด้าน ท่านจะได้ชมความงามของสถาปัตยกรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่จนกระทั่งสิ้นแสงสุดท้ายของวัน
ชม “มัสยิดอิหม่าม(Imam Mosque)” ตั้งอยู่ปลายสุดทางด้านทิศใต้ของจัตุรัส  เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  เริ่มสร้างในปีค.ศ.1611 สมัยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 4 ปีต่อมา  นอกจากขนาดที่ใหญ่โตโอฬารแล้ว ยังเป็นมัสยิดที่มีองค์ประกอบทางด้านสถาปัตย์ที่สวยงามที่สุดในประเทศอิหร่าน  โดยเฉพาะโดมประธานขนาดมหึมาที่สร้างคร่อมกันเป็นสองชั้นขนานกันตลอดทุกตารางนิ้ว  ซึ่งมีผลต่อการระบายอากาศและการกระจายของเสียงผู้นำสวดให้แผ่ออกไปจนได้ยินอย่างชัดเจนในทุกซอกทุกมุมของมัสยิดโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านชม “พระราชวังอะลีคาปู (Ali Qapu Palace)”สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของจัตุรัสอิหม่าม  เป็นอาคารสูง 6 ชั้นที่ใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบนชั้น 3 ของพระราชวังสร้างเป็นห้องโถงใหญ่และมีระเบียงหันหน้าเข้าหาจัตุรัสอิหม่ามสำหรับพระมหากษัตริย์และพระ         ราชวงศ์ไว้ประทับทอดพระเนตรการละเล่นต่างๆ  และปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพมุมสูงที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นทุกมุมและทุกอย่างที่อยู่บนจัตุรัสได้อย่างชัดเจนจากนั้นเข้าชมมัสยิดชีค-ล็อตฟุลเลาะห์(Sheikh Lotfollah Mosque)ซึ่งเป็นมัสยิดเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้นที่จะเข้ามาทำการละหมาดได้  สร้างโดยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1 ระหว่างปีค.ศ. 1602-1619  ขึ้นชื่อว่าวิจิตรสวยงามที่สุดในการตกแต่งภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โดมประธานซึ่งอยู่ตรงกลางหลังจากนั้นให้ท่านมีเวลาช้อปปิ้งหรือถ่ายภาพบริเวณจตุรัสอิหม่ามตามอัธยาศัยจนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย แล้วนำท่านชมสะพานคาจู (Khaju Bridge)เป็นรายการส่งท้ายของวันนี้สะพานแห่งนี้สร้างข้ามสองฝั่งของแม่น้ำสายันเด-รูด โดยกษัตริย์ ซาห์อับบาสที่ 2 แห่งราชวงศ์ ซาฟาวิด เมื่อปี ค.ศ 1650  โครงสร้างตอนล่างเป็นหิน ส่วนตอนบนเป็นอิฐ มีพลับพลาที่ประทับสำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในบางเวลาของพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่กึ่งกลางบนชั้นที่สองของสะพาน นอกจากนั้นที่ฐานล่างสุดของตัวสะพานยังสามารถปิดช่องระบายน้ำได้ด้วยหากต้องการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในบางช่วงเวลา
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม Safir Hotelระดับ 4 ดาว ในเมืองอิศฟาฮัน หรือระดับเทียบเท่า
วันศุกร์ ที่ 2  ธันวาคม 2559                       อิศฟาฮาน-หมู่บ้านอะบียาเน่ห์-คาชาน-สนามบิน
0700 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
ออกเดินทางจากเมืองอิศฟาฮานมุ่งขึ้นเหนือสู่ “หมู่บ้านโบราณ” อยู่บนเทือกเขาซาร์โกรส ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณที่เรียกว่ายอดเขาคาคาสบนระดับความสูงเกือบ 2,000เมตร นั่นก็คือ “หมู่บ้านอะบียาเนห์.(Abyaneh Village) หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองอิศฟาฮานประมาณ 2.45 ชั่วโมง โดยทางรถยนต์แต่ยังอยู่ในเขตจังหวัดอิศฟาฮานเมื่อถึงแล้วให้ท่าน ได้ชื่นชมความงามของหมู่บ้าน ซึ่งเชื่อว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปีเศษ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามและมีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน ชาวบ้านที่นี่แต่งกายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและเชื่อว่าเป็นชนชาติที่สืบเชื้อสายมาจากพวกอีลาไมท์  ในอาณาจักรอีแลมซึ่งเก่าแก่ราวๆ สามพันปีมาแล้ว แต่ปัจจุบันคนเหล่านี้คือชาวอิหร่านตามกฎหมายและนับถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับชาวอิหร่านทั่วไป  หลังจากเที่ยวชมหมู่บ้านอะบียาเน่ห์ จนได้เวลาอันสมควรแล้ว นำเดินทางสู่เมืองคาชาน ซึ่งอยู่ถัดไปทางตอนเหนือประมาณ 1.30 ชั่วโมง
เที่ยง
รับประทานอาหาร กลางวัน ณ ภัตตาคารในเมืองคาชาน
บ่าย
หลังอาหารนำท่านชมเมืองคาชาน  เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่ประมาณ 4,000ปี ก่อนคริสตกาลตัวเมืองที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 11-13 สมัยที่พวกเซลจุกมีอำนาจปกครองเหนือ อาณาจักร เปอร์เซีย (ประมาณ ปี 1051-1220 ) และเริ่มมี      ชื่อเสียงทางด้านการทำเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ และการทอผ้า ทอพรม ต่อมาในยุคการปกครองของราชวงศ์ ซาฟาวิด ที่การค้าขยายตัวเป็นอย่างมากนั้นก็ยิ่งทำให้เมืองคาชานเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีก นำท่านเที่ยวชมชมคฤหาสน์เศรษฐี ชื่อ Borujerdi Ancient Houseที่มีมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีตสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย(ศตวรรษที่ 16-18) เป็นยุคการค้ารุ่งเรืองสูงสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งยุคที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง มีพ่อค้าวาณิชย์ที่เป็นมหาเศรษฐีมากมาย คฤหาสน์เศรษฐีหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายหลังที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคปัจจุบันให้ได้ย้อนรอยระลึกถึง  จากนั้นเดินทางสู่ท่าอากาศยาน “Imam Khomenie International Airport” ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาชานขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 2.30 ชั่วโมง
1800 น.
รับประทานอาหารจานด่วน (ไก่ทอดและเฟร้นฟรายด์) ในอาคารผู้โดยสารก่อนการเช็คอิน
2110 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสารการบินมาฮานแอร์เที่ยวบินที่ W5- 051(ใช้เวลาบินตรงประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที)
วันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม 2559                                        กรุงเทพฯ                                                          
0715 น.
เที่ยวบิน  W5-051นำท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพและประทับใจ

 

คำแนะนำ : สุภาพสตรี กรุณาเตรียมเสื้อแขนยาวที่มีความยาวคลุมสะโพก ควรเป็นเสื้อแบบหลวมๆ ที่ไม่เน้นสรีระ และเตรียมผ้าคลุมศีรษะ
ไปด้วย ปัจจุบันสายการบินไม่มีนโยบายแจกผ้าคลุมผมบนเครื่องบิน ลักษณะผ้าคลุมผมที่เตรียมไปอาจเป็นผืนยาวแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือ
สี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบผ้าพันคอที่สามารถพับเป็นสามเหลี่ยมสุภาพบุรุษ ใส่ชุดสุภาพ (ห้ามใส่กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วนหรือกางเกงชาวเล)
 
 
อัตราค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่
 
ราคาสำหรับผู้เดินทาง 
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (ห้องละ 2ท่าน) ท่านละ                                    81,900 บาท
     ในกรณีที่เดินทางคนเดียว ห้องพักเดี่ยว เพิ่มท่านละ                        18,500 บาท
 
*** ราคาและรายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของเงินบาทที่ไม่คงที่ / การเปลี่ยนแปลงเวลาของ
สายการบิน / สภาวะทางอากาศซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ ***
 
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เตหะราน-กรุงเทพฯ โดยสายการบินมาฮานแอร์ และตั๋วเครื่องบินภายใน ชั้นประหยัด
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับหนังสือเดินทางไทย
  • ค่าโรงแรมที่พัก ระดับมาตรฐาน 4ดาว 5ดาว หรือเทียบเท่า (พักห้องละ 2ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1ขวด/ท่าน
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ 
  • มัคคุเทศก์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ) และหัวหน้าทัวร์คนไทย ตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000บาท
 
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ค่าจัดทำเอกสาร และค่าธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
* บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน