EXPLORE
     น่าน - หลวงพระบาง
  5 วัน 3 คืน
กรุงเทพ ฯ– น่าน – หลวงพระบาง – น่าน – แพร่ – พิษณุโลก – กรุงเทพ ฯ
“ตักบาตรข้าวเหนียว ณ เมืองมรดกโลก”
พร้อม
ช้อปปิ้งอย่างจุใจ ณ ตลาดมืด
 
·         เดินทางโดยรถปรับอากาศ VIP และล่องเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำโขงสู่เมืองหลวงพระบาง
·         เที่ยวเมืองน่าน – หลวงพระบาง เมืองคู่แฝดทางวัฒนธรรมของไทยและลาว
·         เที่ยวชม ถ้ำติ่ง พระธาตุพูสี วัดเชียงทอง พระราชวังเจ้ามหาชีวิต น้ำตกตาดกวางสี
·         อิ่มบุญนมัสการพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุช่อแฮ่ วัดภูมินทร์ และพระพุทธชินราช
(พักที่หลวงพระบาง 2 คืน, จังหวัดน่าน 1 คืน ณ โรงแรมระดับ 4 ดาว)
 
กำหนดการเดินทาง          วันศุกร์ที่ 4 – วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558                                                                                                                                        
 (สำหรับกรุ้ปเดินทางเป็นหมู่คณะเดินทาง 30 ท่านขึ้นไปสามารถออกเดินทางได้ทุกวัน)
 
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2558                                                  กรุงเทพ – น่าน
1800 น.         คณะพร้อมกันที่ ณ จุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่บริษัทนิสโก้ทราเวลคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านก่อนการเดินทาง
1900 น.         ออกเดินทางโดยรถปรับอากาศ VIP สู่ จังหวัดน่าน (ระหว่างทางมีการแวะจุดพักรถเพื่อเข้าห้องน้ำ 3-4 จุด)
 
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2558                         น่าน–ด่านห้วยโก๋น–ท่าเรือปากห้วยแคน – หลวงพระบาง
0600 น.         เดินทางถึง จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ได้สถาปนาความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่น้องกับหลวงพระบางของ
                      ประเทศลาว  รับประทานอาหารเช้าตามอัธยาศัย ณ ตลาดเช้า ตัวเมืองน่าน
 
0700 น.         หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ ด่านชายแดนห้วยโก๋น เพื่อทำพิธีผ่านแดนสู่ ประเทศลาว
 
0900 น.         เดินทางถึง ด่านชายแดนห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน นำคณะผ่านพิธีการผ่านแดนเข้าสู่ประเทศลาว
                    จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ ท่าเรือปากห้วยแคน ณ เมืองเงิน ประเทศลาว
 
1000 น.         นำท่านล่องเรือจาก ท่าเรือปากห้วยแคน สู่ เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ให้ท่านได้ชื่นชมกับความงามทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง
                    วิวทิวทัศน์แปลกตา ต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งชมวิถีชีวิตของชาวลาวริมฝั่งแม่น้ำโขง
 
เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน และเครื่องดื่มภายในเรือโดยสาร พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งโขง ขณะมุ่งหน้าสู่ หลวงพระบาง
                    (ทางบริษัทได้จัดเตรียมอาหารว่าง ขนมต่างๆ ผลไม้ และเครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์)ไว้บริการท่านตลอดการเดินทาง, บนเรือมีคาราโอเกะ, ภาพยนตร์
                    และกิจกรรมสันทนาการต่างๆเพื่อสร้างความเพลิดเพลินแก่ท่านตลอดการเดินทาง, บนเรือมีห้องสุขาจำนวน 2 ห้องไว้คอยบริการ)
 
บ่าย              แวะชม ถ้ำติ่ง หรือ ถ้ำปากอูซึ่งตั้งอยู่ในภูเขาลูกใหญ่ตระหง่านอยู่ริมน้ำโขง เป็นลักษณะถ้ำริมหน้าผาความสำคัญของถ้ำติ่งในสมัยโบราณเป็นที่
                   สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ถ้ำติ่งในวันนี้ยังแสดงถึงความเชื่อของชาวลาวในอดีตที่เคยนับถือผี ภายในมีการค้นพบพระพุทธรูป
                   ที่สร้างขึ้นในคริสศตวรรษที่ 18-19 กว่า 2500 องค์ ส่วนใหญ่ทำขึ้นจากไม้ นับแต่นั้นมา ถ้ำติ่ง จึงเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้ามหาชีวิตแห่งหลวงพระบางต้องไป
                   สักการะพระพุทธรูปในถ้ำโดยเฉพาะช่วงปีใหม่ลาวทั้งเจ้ามหาชีวิต ข้าราชบริพาร พระสงฆ์ และประชาชนทั่วไปจะต้องไปสรงน้ำพระพุทธรูปในถ้ำติ่ง
 
1700 น.        ล่องเรือเดินทางถึง หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของลาว อดีตราชธานีแห่งอาณาจักรล้านช้างเดิมชื่อ ศรีสัตนาคนหุตมะ                                                             ราชธานี ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองมาก
 
                   นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Luang Prabang Legendระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                  หลังอาหารนำท่านเดินเที่ยวชม ตลาดมืด (ถนนคนเดินหลวงพระบาง) ให้ท่านได้ช้อปปิ้งและชมบรรยากาศแบบหลวงพระบางยามราตรี จะมีชาวลาวสูง
                 ลาวเทิง ลาวม้ง ชาวบ้านผานม และชาวหลวงพระบางจะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงินและเครื่องไม้มาวางขาย
                  ท่านสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ด้วยเงินบาทไทยหรือท่านสามารถพักผ่อนตามอัธยาศัยในโรงแรม
 
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2558                  ตักบาตรข้าวเหนียว – ตลาดเช้า – วัดเชียงทอง – หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง – น้ำตก                                                                  ตาดกวางสี – พระธาตุพูสี– ตลาดไนท์บาร์ซา
0530น.         นำท่านร่วม ทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ท่าน เป็นวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวหลวงพระบาง ซึ่งจะมีพระและสามเณรนับร้อย              
                   รูปมาบิณฑบาต ชาวบ้านจะใส่ข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว ส่วนกับข้าวชาวบ้านจะนำไปถวายพระที่วัด
                   
                   จากนั้นนำท่านเดินชม ตลาดเช้าหลวงพระบาง ท่านจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองหลวงพระบาง
 
0700น.         นำคณะกลับเข้าโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
 
0830 น.       หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ วัดเชียงทองราชวรวิหาร วัดที่มีความสำคัญและสวยงามมากที่สุดในหลวงพระบาง ซึ่งได้รับการยกย่องจากนัก
                  โบราณคดีว่า “อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว”และยังเป็นวัดเพียงไม่กี่แห่งที่ไม่ถูกทำลายในช่วงสงครามทั้งยังได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหา  
                  ชีวิตสองพระองค์สุดท้ายของลาว คือเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาทำให้ภายในยังคงความสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน
                  
                   จากนั้นพาท่านชม หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง หรือ หอคำ อดีตพระราชวังหลวงซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าเจ้ามหาชีวิตสายหลวง                  
                  พระบาง ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงพระบาง ตรงข้ามกับบันไดทางขึ้นวัดพูสี เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2447 ในสมัยพระเจ้าสักกะริน และสร้างแล้วเสร็จ                      
                  ในปี พ.ศ. 2452 อาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ลักษณะอาคารเป็นชั้นเดี่ยวยกพื้นสูง สถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส แต่เป็นการผสมผสาน                    
                  ระหว่างฝรั่งเศสและลาว   สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 12 แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง                    
                  หลวงพระบาง และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งพระราชอาณาจักรลาว ด้านนอกอาคารทางซ้ายเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
                 ซึ่งพระองค์ประทับอยู่ที่พระราชวังนี้จนสิ้นพระชนม์   ส่วนอาคารทางขวามือเป็นหอพระบาง ภายในหอพระนี้เองเป็นที่ประดิษฐานของ พระบาง ซึ่งเป็น
                 พระคู่บ้านคู่เมือง พุทธลักษณะของพระบาง เป็น
 
                 พระพุทธรูปปางประทับยืน ปางประทานอภัยทั้งสองพระหัตถ์ หรือปางห้ามสมุทร เป็นศิลปะสมัยขอม มีน้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม ประกอบด้วย ทองคำ
                 90 เปอร์เซ็นต์ และในหอพระนี้ยังมีพระพุทธนาคปรก สลักศิลาอีกสี่องค์และยังมีกลองโบราณอยู่ด้วยสำหรับอาคารด้านหน้าเป็นพระราชวังเดิม ซึ่งภาย
                 หลังเปลี่ยนระบอบการปกครองในประเทศลาวเมื่อ พ.ศ. 2518  รัฐบาลลาวได้ใช้พระราชวังหลวงนี้เป็นหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ และเปิดทำการมาตั้งแต่ปี
                 พ.ศ. 2519 เพื่อจัดแสดงให้เห็นโบราณวัตถุ ทรัพย์สินต่างๆ ของราชวงศ์  อาทิ บัลลังก์ ธรรมมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้ามหาชีวิต พระพุทธรูป
                 และวัตถุโบราณ ของขวัญจากประเทศต่างๆ
 
เที่ยง         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร
บ่าย           นำท่านสู่ น้ำตกตาดกวางสี ที่มีความสวยงามและได้รับความนิยมมากที่สุดในหลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางสี เป็นน้ำตกหินปูน สูงราว 70 เมตรมีสองชั้น
                น้ำใสสีเขียวมรกต สภาพป่าร่มรื่น มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆน้ำตก ท่านสามารถเล่นน้ำตก นั่งชมความงามของน้ำตกที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆอย่าง
                สวยงาม เลือกรับประทานอาหารพื้นเมือง หรือเลือกซื้อของฝากที่ระลึกได้บริเวณน้ำตกตาดกวางสี
 
1600 น.       นำท่านสักการะ พระธาตุพูสี ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตรใจกลางเมืองหลวงพระบาง บนยอดพูสีสามารถเห็นทัศนียภาพของหลวงพระบาง                                     โดยรอบ มีบันได 328 ขั้น ตลอดทางเดินขึ้นร่มรื่นไปด้วยต้นจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว) หรือต้นลีลาวดีของไทย อีกทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ตก
                  ที่สวยงามจากบนยอดพูสีอีกด้วย
 
ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร และชมการแสดงฟ้อนรำนาฎศิลป์ลาว
                  จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Luang Prabang Legendระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
 
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2558                      หลวงพระบาง – ท่าเรือปากห้วยแคน – ด่านห้วยโก๋น – น่าน
0530 น.         นำท่านเช็คเอาท์และเดินทางออกจากที่พักไปสู่ท่าเรือ เพื่อล่องเรือกลับเส้นทางเดิมสู่ ท่าเรือปากห้วยแคน
                    รับประทานอาหารเช้าในเรือ ชมทัศนียภาพอันสวยงามริมฝั่งโขงยามเช้า
เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน และเครื่องดื่มภายในเรือโดยสาร พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ริมสองฝั่งโขง ขณะเดินทางกลับสู่                                 ประเทศไทย
1530 น.         เดินทางถึงด่านชายแดนห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน พิธีการผ่านแดนเข้าสู่ประเทศไทย
                   จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดน่าน เพื่อเช็คอินเข้าที่พัก Baan Nan Hotel ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารริมแม่น้ำน่าน
 
วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2558             น่าน – วัดภูมินทร์ – พระธาตุแช่แห้ง – แพร่ – พระธาตุช่อแฮ – พิษณุโลก – วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ –                                                                 สักการะพระพุทธชินราช
เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
                   หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวงตั้งอยู่ในเขตพระนครดังปรากฏชื่อตำบลในเวียงในปัจจุบันตามพงศาวดารของเมืองน่าน          
                   พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้น หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี เมื่อ พ.ศ.2139 มีปรากฏในคัมภีร์เมือง                      
                   เหนือว่าเดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น "วัดภูมินทร์" ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ ที่เป็นหนึ่งเดียว คือ                        
                   เป็นวัดที่สร้างพระอุโบสถทรงจัตุรมุขและพระประธานจตุรพักตร์หนึ่งเดียวในประเทศไทย  ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาคขนาดใหญ่  2 ตัว แหน                    
                   พระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัว  ตรงใจกลางพระอุโบสถจัตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่  4 องค์ หันพรพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศหัน                    
                  เบื้องปฤษฏาค์ชนกัน ประดับนั่งบนฐานซุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยอีกทั้ง วัดภูมินทร์ ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามและคงสภาพเดิมมากที่สุด
                  ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุธศาสนาแต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้นมีภาพที่น่าสนใจอยู่หลาย
                  ภาพเช่น ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วง ของชาวไทลื้อ ภาพปูม่าน ย่าม่าน ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สวยงามเยี่ยมของวัดภูมินทร์ มีการใช้สีแดง ฟ้าดำ
                  น้ำตาลเข้มเป็นปื้นใหญ่ๆ คล้ายภาพสมัยใหม่
 
                   จากนั้นนำท่านเดินทางนมัสการ พระธาตุแช่แห้ง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน                                                    ระหว่าง พ.ศ.1869-1902)เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชา
                   ลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง
                   รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง)
                   ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่านพระธาตุ
                   แช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป "ชุธาตุ" หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
 
                   จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่เป็นพระอารามหลวงและเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่และเป็นวัดพระธาตุ
                   ประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาลองค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุ
                   สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม3 ชั้นรอง
                   รับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำ และชุดท้องไม้แปดเหลี่ยมซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง 1 ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้นจนถึง องค์ระฆัง แปด
                   เหลี่ยมถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉนส่วนยอดฉัตรประดับ ตกแต่งด้วยเครื่อง บนแบบล้านนา มีรั้วเหล็ก รอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตู
                   เข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม
 
เที่ยง            รับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศํย
                   นำท่านสักการะ พระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ภายในวิหารวัดพระศรีมหาธาตุวามหาวิหาร
                   เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” หรือที่ชาวเมืองพิษณุโลกเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์
                   ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวราราม และพระศรีศาสดาซึ่ง
                   ประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารแวะให้ท่านได้สักการะพระพุทธชินราช เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ท่านก่อนเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร
ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศํย ณ จุดแวะพัก
2200 น.         เดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ
 
*****************************